ไขข้อข้องใจ ขาหนีบดำ เกิดจากอะไร พร้อมสารพัดวิธีแก้

เชื่อว่ามีหลายคนทั้งชายและหญิงที่มีปัญหาขาหนีบดำ ทำให้เกิดความกังวลและไม่มั่นใจในตัวเอง สาว ๆ หลายคนบางครั้งก็อยากจะใส่เสื้อผ้าสวย ๆ เซ็กซี่ ๆ เวลาไปทะเลก็อยากใส่ชุดว่ายน้ำสวย ๆ กับเขาบ้าง แต่กลับต้องหยุดความคิดนั้นไว้ก่อน เพราะปัญหาขาหนีบดำทำให้หมดความมั่นใจไปเลย นอกจากความกังวลของสาว ๆ แล้ว ผู้ชายหลายคนก็กังวลปัญหาแบบนี้เช่นกัน ทุก ๆ คนย่อมอยากมีผิวพรรณดี สีผิวสม่ำเสมอชวนให้ชายตามองกันอยู่แล้ว เลยพามาขุดหาสาเหตุว่าทำไมขาหนีบเราจึงดำ พร้อมวิธีแก้ปัญหาขาหนีบดำให้ขาวขึ้นได้อย่างแน่นอน

สาเหตุที่ทำให้เกิดขาหนีบดำ

  1. การเสียดสี สาเหตุหลักที่ทำให้ขาหนีบดำคือการเสียดสีนั่นเอง โดยเฉพาะเมื่อเวลาใส่กางเกง มักจะเกิดการเสียดสีในบริเวณขาหนีบของเราทั้งสองข้างอยู่บ่อย ๆ ซึ่งเมื่อเกิดการเสียดสีบ่อยครั้งเข้าจะทำให้ผิวหนังบริเวณนั้นของเรามีสีคล้ำขึ้น ในกรณีที่เกิดการเสียดสีอย่างรุนแรงอาจทำให้เกิดรอยแดงและแผลถลอกขึ้นมาได้ คนที่ใส่กางเกงที่รัดมาก ๆ เช่น กางเกงยีนส์รัดรูปและกางเกงออกกำลังกายก็ทำให้เกิดขาหนีบดำได้ รวมไปถึงการใส่กางเกงในก็เป็นการเพิ่มการเสียดสีได้มากขึ้น นอกจากนี้คนที่มีรูปร่างอวบและน้ำหนักเยอะจะมีการเสียดสีระหว่างผิวหนังเกิดขึ้นด้วย เพราะรูปร่างและน้ำหนักตัวทำให้ผิวหนังมีการเบียดชิดกันมากขึ้น เสียดสีมากขึ้น ขาหนีบก็จะยิ่งมีสีคล้ำมากขึ้นตามไป
  2. การตั้งครรภ์ ผู้หญิงที่อยู่ในช่วงตั้งครรภ์จะมีการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนที่ค่อนข้างแปรปรวนมากผิดปกติ จึงทำให้ร่างกายมีการผลิตเม็ดสีผิวเมลานินเพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะบริเวณที่มีการเสียดสีอยู่บ่อย ๆ เช่น ขาหนีบ รักแร้ ข้อศอก ต้นคอ เป็นต้น แต่เมื่อหลังการตั้งครรภ์ไปแล้วผิวจะกลับมาขาวเหมือนเดิมภายในเวลา 3 เดือน แต่ก็มีบางรายคล้ำเหมือนเดิมขึ้นอยู่ที่ตัวบุคคล
  3. โรคต่าง ๆ เช่น โรคเท้าช้าง ลักษณะของโรคเท้าช้างคือผิวหนังจะมีสีคล้ำเข้มกว่าส่วนอื่นและมีความหยาบกร้านคล้ายคลึงกับผิวหนังของช้าง นอกจากนี้ผู้ที่ป่วยเป็นโรคเบาหวานก็ทำให้ขาหนีบดำได้เช่นกัน เพราะเมื่อร่างกายมีปริมาณน้ำตาลมากขึ้นจะส่งผลต่อการผลิตเม็ดสีเมลานินเพิ่มขึ้น ทำให้ผิวหนังของเราเข้มขึ้น โดยเฉพาะบริเวณที่ง่ายต่อการเสียดสี เช่น ขาหนีบ เป็นต้น
  4. การทานยารักษาโรคต่าง ๆ ก็ส่งผลข้างเคียงให้ขาหนีบเราดำได้ เช่น ยารักษาโรคไทรอยด์ ยาคุมกำเนิด เป็นต้น

วิธีแก้ขาหนีบดำ

  1. การใช้เลเซอร์รักษาขาหนีบดำ การรักษาด้วยการใช้แสงเลเซอร์ คือการรักษาโดยใช้คลื่นพลังงานแสงส่งตรงไปยังใต้ผิวหนัง ทำให้เม็ดสีนั้นเกิดการแตกตัวและถูกกำจัดให้หายไป ทำให้ผิวหนังบริเวณนั้นดูขาวขึ้น ซึ่งวิธีการนี้ช่วยให้ขาหนีบของเราดูจางลงอย่างเห็นได้ชัดและใช้เวลาเพียงไม่นาน เพื่อให้สีผิวหายคล้ำอย่างหมดจด จำเป็นต้องมีการทำเลเซอร์หลายครั้ง ยิ่งถ้ามีสีคล้ำมากก็ต้องทำเลเซอร์หลายครั้ง ข้อเสียคือ ราคาในการทำเลเซอร์ต่อครั้งนั้นมีราคาค่อนข้างแพง บางคนอาจสู้ค่ารักษาไม่ไหวได้
  2. การรักษาด้วยเครื่องไอออนโตฟอรีซิส (Iontophoresis) คือการรักษาโยใช้กระแสไฟฟ้าที่มีกำลังต่ำควบคู่กับวิตามินบำรุงผิวต่าง ๆ เช่น วิตามินซี วิตามินเอ เป็นต้น โดยเครื่องไอออนโตฟอรีซิสจะทำหน้าที่ปล่อยกระแสไฟฟ้าพร้อมผลักวิตามินต่าง ๆ ไปยังบริเวณผิวหนังที่มีปัญหา ทำให้วิตามินต่าง ๆ ซึมเข้าสู่ผิวหนังได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพมากที่สุด ทำให้ขาหนีบเราขาวกระจ่างใสมากขึ้น
  3. การทำ IPL คือการรักษาโดยใช้คลื่นพลังงานแสงสูงเช่นเดียวกับเลเซอร์ธรรมดา แต่ความพิเศษของ IPL คือเป็นพลังงานแสงที่มีขนาดความยาวมากกว่าเลเซอร์ทั่วไป ทำให้สามารถส่งตรงไปยังใต้ชั้นผิวหนังได้รวดเร็วและแม่นยำ พร้อมกับเข้าไปช่วยยับยั้งกระบวนการสร้างเม็ดสีเมลานินอีกด้วย ทำให้ผิวบริเวณนั้นของเราจางลงจนสม่ำเสมอกับสีผิวได้ในที่สุด นอกจากนี้ IPL ยังช่วยแก้ปัญหาสิวอักเสบบนใบหน้าได้อีกด้วย
  4. การทาครีมลดรอยดำ การทาครีมบำรุงที่มีส่วนผสมของไวท์เทนนิ่งก็ช่วยให้ขาหนีบขาวขึ้นได้ สารไวท์เทนนิ่งจะพบได้ในผลิตภัณฑ์บำรุงผิวหลายชนิด ตัวอย่างของผลิตภัณฑ์กลุ่มไวท์เทนนิ่งได้แก่ วิตามินซีซึ่งกรดผลไม้ตามธรรมชาติ สาร AHA เป็นต้น โดยสารไวท์เทนนิ่งเหล่านี้มีคุณสมบัติในการยับยั้งการเกิดเมลานิน รอยดำจึงดูจางลง นอกจากนี้การบุงผิวให้ชุ่มชื้นด้วยน้ำมันบำรุงต่าง ๆ เช่น น้ำมันมะพร้าวก็ช่วยให้ผิวไม่แห้งและดูมีสุขภาพมากขึ้น แต่การทาครีมบำรุงนั้นจะไม่เห็นผลได้ไวเท่าที่ควรนัก ต้องใช้เวลาค่อนข้างนาน จึงอาจใช้มีการวิธีอื่นควบคู่ไปกับการทาครีมบำรุงผิวแทนได้
  5. สครับผิวลดรอยดำ การสครับผิวเป็นการผลัดเซลล์ผิวโดยการกำจัดเซลล์ผิวหนังที่ตายแล้วของเราออก การสครับผิวจะช่วยให้ขาหนีบเราดูขาวและเนียนนุ่มมากขึ้น การสครับผิวสามารถทำได้หลายสูตร สามารถซื้อเกลือขัดผิวแบบสำเร็จรูปมาให้ก็ได้หรือจะทำสครับขัดผิวด้วยตัวเองได้ การทำสครับขัดผิวทำได้ไม่ยาก ยกตัวอย่างสูตรขัดผิวตามธรรมชาติแถมยังช่วยให้ขาหนีบขาวขึ้น ดังนี้

  • การสครับผิวด้วยมะนาว มะนาวอุดมไปด้วยวิตามินซีหรือกรดผลไม้ตามธรรมชาติและเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่ช่วยในเรื่องของการผลัดเซลล์ผิวและผิวขาวกระจ่างใสได้อีกด้วย การนำเปลือกมะนาวมาถูที่บริเวณขาหนีบแล้วทิ้งไว้ประมาณ 5-10 นาทีแล้วล้างออก เพียงเท่านี้สีขาหนีบที่คล้ำก็จะค่อย ๆ จางลงได้
  • มะนาว น้ำผึ้งและน้ำตาล ให้ทำการผสมน้ำมะนาว น้ำผึ้งและน้ำตาล โดยอัตราส่วนให้น้ำตาลเยอะมากหน่อย ผสมให้เข้ากันโดยไม่ให้น้ำตาลละลาย จากนั้นให้เรานำน้ำตาลที่ผสมน้ำมะนาวและน้ำผึ้งมาขัดวนเบา ๆ ตรงบริเวณขาหนีบ ขัดไปเรื่อย ๆ ประมาณ 5-10 นาทีแล้วล้างออกให้สะอาด จะเห็นได้ชัดว่าขาหนีบของเราดูนุ่มมากขึ้น
  • มะขามเปียก ขมิ้นและน้ำผึ้ง สามารถทำได้โดยการนำน้ำมะขามเปียกผสมกับผงขมิ้นชันและน้ำผึ้งให้เข้ากัน อย่าทิ้งกากมะขามเปียกเพราะยังมีประโยชน์อยู่ สามารถใช้เป็นอุปกรณ์ในการสครับผิวได้ ให้นำกากมะขามเปียกจุ่มน้ำมะขามที่ผสมไว้มาขัดวนบริเวณขาหนีบ ระวังอย่าขัดแรงเกินไป เดี๋ยวผิวจะถลอกได้ ล้างออกด้วยน้ำสะอาดเป็นอันเสร็จ

การสครับผิวควรทำเป็นประจำอย่างน้อยสัปดาห์ละ 1 ครั้ง หลังการสครับผิว ผิวหนังของเราจะมีความบอบบางและแห้งมาก แนะนำให้บำรุงด้วยการครีมหรือน้ำมันบำรุงผิวทุกครั้งเพื่อเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับผิว

  1. ลดการเสียดสี การสวมใสเสื้อผ้าที่เหมาะสมจะช่วยลดการเสียดสีระหว่างผิวหนังและเสื้อผ้าได้ โดยการเลือกเนื้อผ้าที่บางเบา ระบายอากาศได้ดี หลีกเลี่ยงการใส่กางเกงรัดรูปที่มีเนื้อผ้าหนาและหยาบ เช่น กางเกงผ้ายีนส์ ไม่ควรใส่กางเกงที่เปียกชุ่มหรืออับชื้น เพราะจะทำให้เกิดแบคทีเรียและเพิ่มการเสียดสีมากขึ้น พยายามป้องกันไม่ให้ขาหนีบเปียกชื้นจากเหงื่อโดยการทาแป้งฝุ่นหรือแป้งเด็กที่ขาหนีบ ทำให้ขาหนีบเราแห้งอยู่เสมอ หมั่นออกกำลังกายดูแลสุขภาพร่างกายไม่ให้อ้วนจนเกินไป เพราะความอ้วนทำให้เกิดการเสียดสีระหว่างผิวหนังได้มากขึ้น ทานอาหารที่มีประโยชน์และถูกหลักโภชนาการ งดการทานขนมคบเคี้ยวหรืออาหารที่มีโซเดียมมาก เพราะจะทำให้ร่างกายเราบวมมากขึ้น บริเวณช่วงขาหนีบก็จะเบียดชิดกันได้ง่าย การป้องกันจะช่วยให้ขาหนีบเราไม่ดำมากไปกว่านี้ เพราะถ้ายิ่งสีเข้มมากขึ้น ก็ยิ่งใช้เวลาในการรักษานานมากขึ้นเป็นเท่าตัว