สิวเสี้ยน ตอดำกวนใจ มากำจัดกันดีกว่า

สิวเสี้ยน หรือสิวหัวดำ จัดเป็นหนึ่งในรูปแบบที่พบบ่อยได้มากที่สุดของสิว ถึงแม้ว่าผู้ที่มีผิวมัน จะมีความเสี่ยงต่อการเกิดสิวเสี้ยนมากขึ้นกว่าผิวอื่น ๆ แต่ผิวของทุกคนก็สามารถเกิดสิวเสี้ยนได้ด้วยกันทั้งนั้น สิ่งนี้เกิดขึ้นเมื่อรูขุมขนอุดตันอันเกิดจากการรวมกันของเซลล์ผิวที่ตายแล้ว รวมเข้ากับน้ำมันส่วนเกิน หรือ ไขมัน จากต่อมไขมันของคุณ ซึ่งแตกต่างจาก สิวหัวขาว เพราะสิวเสี้ยนก่อตัวขึ้นในพื้นผิวเปิด เมื่อโผล่ขึ้นมาสัมผัสก็อากาศจึงเกิดความดำขึ้นมา

สิวเสี้ยน สิ่งที่หลาย ๆ คนต้องการกำจัด

ถึงแม้สิวเสี้ยนอาจจะไม่สร้างความเจ็บปวดให้แก่คุณ แต่มันก็สร้างบุคลิกภาพที่ไม่ดีให้แก่คุณได้ อีกทั้งบางคนยังรู้สึกคัน อยู่บ่อยครั้ง เพราะฉะนั้นอย่างนี้ต้องกำจัด แต่คุณต้องกำจัดให้ถูกวิธีอย่าทำให้เกิดแผลเป็นที่ไม่จำเป็น เพราะจะทำให้ผิวของคุณเสียหาย ถ้าคุณอยากกำจัดสิวหัวดำ มาศึกษาเคล็ดลับที่เราจะมาฝากกันในวันนี้ เพื่อเรียนรู้วิธีกำจัดสิวเสี้ยนของคุณ และป้องกันไม่ให้เกิดขึ้นอีกในอนาคต

  1. หลีกเลี่ยงการรบกวนผิว

แน่นอนว่าเมื่อพูดถึงการกำจัดสิวเสี้ยน หลาย ๆ คนมักจะนึกถึงการบีบ ขัด ขูด ดูด กระชาก อย่างรุนแรง ยิ่งแรงยิ่งสะใจ หากแต่สิ่งเหล่านี้สามารถทำให้ผิวของคุณบอบช้ำ และเกิดการอักเสบได้ อีกทั้งยังทำให้รูขุมขนขยายตัวกว้างมากขึ้น ก่อให้เกิดสิวเสี้ยนมากยิ่งขึ้นในอนาคต และจุดดำ ๆ ที่เป็นจุดเล็ก ๆ ก็อาจขยายใหญ่จนมองเห็นได้อย่างชัดเจนมากยิ่งขึ้น แน่นอนว่าการบีบสิวเสี้ยน และการมาร์คสามารถช่วยกำจัดขยะออกจากรูขุมขนของคุณ หากแต่ในขณะเดียวกันก็สามารถกำจัดองค์ประกอบที่ช่วยให้ผิวของคุณนั้นมีความสมดุล ซึ่งรวมถึงน้ำมันธรรมชาติ และรูขุมขนที่ปกติ การกำจัดองค์ประกอบเหล่านี้ทั้งหมด อาจทำให้ผิวของคุณแห้ง และระคายเคือง ต่อมาเมื่อเกิดการระคายเคือง ต่อมไขมันของคุณอาจเข้าสู่โหมดเอาชีวิตรอด และผลิตน้ำมันออกมามากขึ้น ส่งผลให้เกิดสิวหัวดำมากขึ้นตามไปด้วย

โดยบางคนเลือกใช้ที่กดสิวก็จริง แต่ก็ทำอย่างไม่ถูกหลัก ไม่ทำความสะอาดเครื่องมือ และไม่ทำความสะอาดมือก่อนที่จะลงมือบีบสิวเสี้ยน อีกทั้งยังกดด้วยความมันมือ จนผิวแดงขึ้นมาในวงกว้าง บางครั้งแสบผิวหลังจากกดอย่างรุนแรง ซึ่งการกระทำเช่นนี้ไม่ส่งผลดีต่อผิวเลย

  1. อย่าเสียเวลากับ เบนโซอิลเปอร์ออกไซด์

เมื่อพูดถึงการรักษาสิวแบบการทายารักษาสิว ผู้อ่านหลาย ๆ คนมีแนวโน้มที่จะใช้ผลิตภัณฑ์ประเภท เบนโซอิลเปอร์ออกไซด์ ซึ่งมีประสิทธิภาพในการดำจัดสิว แต่ปัญหาสำคัญ ก็คือ เบนโซอิลเปอร์ออกไซด์ไม่สามารถใช้ได้กับสิวทุกประเภท !

เบนโซอิลเปอร์ออกไซด์ ทำงานโดยลดอาการบวม ซึ่งเป็นอาการสำคัญของสิวอักเสบ รวมถึงซีสต์ และตุ่มหนอง นอกจากนี้ยังสามารถกำจัดแบคทีเรียในสิวได้อีกด้วย อย่างไรก็ตามสิวเสี้ยนไม่ถือว่าเป็นการอักเสบ และไม่ได้เกิดจากแบคทีเรียดังนั้นผลิตภัณฑ์ที่มีเบนโซอิลเปอร์ออกไซด์จะไม่ได้ผลมากนัก เรียกได้ว่าเสียเวลาในการรักษาไปเปล่า ๆ และสิวเสี้ยนก็ยังคงสถิตอยู่อย่างนั้นไม่ไปไหน

  1. ทำความสะอาดด้วยกรดซาลิไซลิค

แทนที่คุณจะใช้เบนโซอิลเปอร์ออกไซด์ แนะนำให้มองหาผลิตภัณฑ์รักษาสิวที่มีส่วนผสมของกรดซาลิไซลิคเป็นหลัก โดยกรดซาลิไซลิคเป็นส่วนผสมที่นิยม นำมาแก้ไขสำหรับสิวหัวดำ และสิวหัวขาว เพราะสิ่งนี้สามารถทำลายวัสดุ ที่อุดตันรูขุมขนอยู่ได้ ไม่ว่าจะเป็นน้ำมันส่วนเกินหรือ เซลล์ผิวที่ตายแล้ว ด้วยการเลือกผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดประจำวันด้วยกรดซาลิไซลิค คุณสามารถกำจัดองค์ประกอบเหล่านี้ได้อย่างหมดจด และไม่ต้อง บีบ คลึง เค้น สิวเสี้ยน อีกทั้งยังช่วยกำจัดสิ่งสกปรกอย่างน้ำมัน  และเครื่องสำอางที่คุณใช้ในทุก ๆ วัน

ถึงแม้ว่าคุณจะต้องล้างหน้าวันละ 2 ครั้ง แนะนำลองใช้น้ำยาทำความสะอาด ที่มีกรดซาลิไซลิคอยู่เพียงแค่วันละ 1 ครั้งก็พอ เพื่อให้ผิวได้ปรับสภาพเกิดความคุ้นชิน และไม่ต่อต้าน คุณอาจลองใช้ตอนกลางคืนเท่านั้น จากนั้นใช้น้ำยาทำความสะอาดทั่วไปในตอนเช้า เมื่อผิวของคุณคุ้นเคยกับผลิตภัณฑ์ คุณอาจเลือกใช้ทั้งตอนเช้า และกลางคืน เรื่องน่ารู้คือหลายคนไวต่อกรดซาลิไซลิค และคุณอาจไม่สามารถใช้งานได้มากกว่า 1 ครั้ง ในทุก ๆ 2 – 3 วัน ถ้าผิวของคุณยังปรับสภาพไม่ได้อย่าฝืน ค่อย ๆ เป็นค่อย ๆ ไป

  1. ค่อย ๆ ขัดผิวด้วย AHAs และ BHAs

ในอดีตคุณอาจเคยได้ยินว่าการเร่งผลัดเซลล์ผิวด้วยตัวเอง มีผลเสียต่อการเกิดสิว ต้องขอบอกว่าสิ่งนี้อาจเป็นจริงสำหรับสิวอักเสบ เนื่องจากกระบวนการนี้อาจทำให้เกิดรอยแดง และการระคายเคือง แต่อย่างไรก็ตามสำหรับสิวเสี้ยนแล้ว การผลัดเซลล์ผิวอย่างสม่ำเสมอ สามารถช่วยขจัดเซลล์ผิวที่ตายแล้วจำนวนมาก ที่อาจนำไปสู่รูขุมขนที่อุดตัน จัดเป็นกระบวนการอาจลบสิวเสี้ยนที่มีอยู่อย่างอ่อนโยน

แทนที่จะมองหาสครับที่รุนแรง คุณจำต้องมุ่งเน้นไปที่กรด AHAs และ BHAs ซึ่งกรดไกลโคลิคเป็นชนิดที่พบมากที่สุดของ AHA และกรดซาลิไซลิคเป็น BHA ที่โดดเด่น กรดทั้ง 2 ชนิดนี้ ทำงานโดยการลบสิ่งสกปรก รวมทั้งสิ่งที่ไม่พึงประสงค์ต่าง ๆ บนชั้นสุดของผิว ตามทฤษฎีแล้วสิ่งนี้สามารถปรับปรุงลักษณะที่คุณไม่พึงปรารถนา ไม่ว่าจะเป็นการปรากฏตัวของริ้วรอย และจุดด่างดำ สิวเสี้ยนทั้งหมด อย่างไรก็ตามผลิตภัณฑ์ขัดผิวควรใช้สัปดาห์ละ 1 – 2 ครั้งก็เพียงพอแล้ว

  1. แปรงผิวหน้า

ผลิตภัณฑ์แปรงผิวในปัจจุบันนี้ มีให้เลือกมากมายหลายประเภท บางผลิตภัณฑ์เป็นแปรงที่มีขนนุ่มละเอียดอ่อนมาก นำมาขัดผิวหน้าได้แบบสบาย ๆ หากแต่บางตัวก็มาในรูปแบบซิลิโคน ที่ใช้ไฟฟ้า สามารถสร้างกระแสความอุ่นได้ในขณะที่คุณใช้ขัดสิวเสี้ยน รวมทั้งสิ่งที่ไม่พึงประสงค์ทั้งหลาย

แปรงผิวหน้านี้สามารถให้ประโยชน์ที่มีความคล้ายกับกรด AHAs และ BHAs โดยการกำจัดเซลล์ผิวที่ตายแล้วส่วนเกินออกไป หากแต่อย่างไรก็ตามกุญแจสำคัญ คือ ให้ใช้เพียงสัปดาห์ละ 1 ครั้งเท่านั้น อันเป็นจำนวนที่เหมาะสม ดังนั้นผิวของคุณจึงไม่เกิดอาการระคายเคืองแต่อย่างใด ในขณะที่ขัดคุณสามารถเน้นในจุดที่ดุดมไปด้วยสิวเสี้ยนได้

ส่วนจะเลือกแปลงแบบไหนดีนั้น ก็ขึ้นอยู่กับความต้องการ และงบประมาณของคุณ มีแปรงผิวหน้าหลายแบบให้เลือก คุณสามารถเลือกใช้แปรงระบบไฟฟ้า หรือคุณสามารถใช้แปรงแบบพกพาที่ราคาไม่แพง ซึ่งแปรงทั้ง 2 ประเภทนี้ สามารถใช้กับน้ำยาทำความสะอาดประจำวันของคุณได้ และเมื่อใช้แล้วก็ขอให้รักษาความสะอาดแปรงของคุณด้วย สำหรับแปรงที่เป็นขนนุ่ม คุณสามารถนำไปตากแดดจัด เพื่อฆ่าเชื้อโรคได้สัปดาห์ล่ะ 1 ครั้ง

  1. อย่านอนโดยมีเครื่องสำอาง

ในตอนท้ายของวันอันแสนยาวนาน สิ่งสุดท้ายที่คุณอาจต้องทำ คือ การลบเครื่องสำอาง หากแต่อย่างไรก็ตามการนอนโดยมีเครื่องสำอางเกาะติดอยู่  รับรองเลยว่าจะทำให้มีสิวเสี้ยนเพิ่มขึ้นอย่างแน่นอน และไม่ใช่แค่สิวเสี้ยนนะ อาจตามมาด้วยสิวหัวช้าง สิวหนอง สิวอักเสบ ซึ่งคุณไม่อยากให้มันเกิดขึ้นแน่ ๆ นอกจากนี้การแต่งตาทิ้งไว้ค้างคืน อาจนำไปสู่การระคายเคืองแก้วตา หรือลุกลามไปยันการติดเชื้อได้

  1. มาร์คหน้าด้วยชาโคล

เช่นเดียวกับมาร์คโคลน มาร์คหน้าที่มีส่วนผสมของชาโคล สามารถทะลุทะลวงลงลึกข้าไปในผิว เพื่อดึงน้ำมัน ดึงเซลล์ผิวที่ตายแล้วออกมา รวมทั้งสิ่งสกปรกอื่น ๆ ใช้มาร์คชนิดนี้ทุกสัปดาห์ สัปดาห์ละครั้ง จะช่วยกำจัดสิวเสี้ยนของคุณได้อีกทาง

สิวเสี้ยนอาจไม่ส่งผลต่อสุขภาพอย่างร้ายแรง ถึงแม้บางคนจะรู้สึกคันคะเยอก็ตาม แต่ก็เป็นสิ่งที่ไม่พึงปรารถนา คุณควรกำจัดสิวเสี้ยนด้วยวิธีที่เราได้กล่าวมา เป็นวิธีที่มีประสิทธิภาพ มีคุณภาพ และปลอดภัย ไม่ต้องเสียเงินเยอะอีกด้วย