สิวอักเสบ แก้ไขอย่างไร มาดูกัน

ปัจจัยหลักที่ทำให้เกิด สิว ก็คือ การอุดตันของรูขุมขน และการก่อตัวของไขมัน ซึ่งเป็นขั้นตอนการเปลี่ยนแปลงที่เร็วที่สุด การขยายตัวของต่อมไขมัน และการเพิ่มขึ้นของการผลิตไขมัน เกิดขึ้นเมื่อการผลิตแอนโดรเจนเพิ่มขึ้น ผิวจงได้สร้าง สิวหัวดำ และสิวหัวขาวขึ้นมา โดยรูขุมขนที่อุดตันไปด้วยน้ำมันที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติ และเซลล์ผิวที่ตายแล้ว สามารถเกิดการอักเสบนำไปสู่การอักเสบ ที่ติดเชื้อ ในผิวหนังบริเวณโดยรอบได้ จนกระทั่งพัฒนากลายมาเป็นสิวอักเสบ ซึ่งส่งผลให้เกิดรอยแดง หรือรอยดำขึ้น

สิวอักเสบ แก้ไขได้จากที่บ้าน

สิวอักเสบ เป็นหนึ่งในสภาพผิวที่มีปัญหา ที่พบได้มากที่สุดในโลก การรักษาสิวด้วยการทำหัตถการบางครั้งอาจมีราคาสูง และมักจะมีผลข้างเคียงที่ไม่พึงประสงค์ตามมา เช่น ความแห้งกร้าน แสบ แดง และอาการระคายเคือง ทำให้หลาย ๆ คนพยายามมองหาวิธีรักษาสิวที่บ้าน ด้วยการบำบัดตามธรรมชาติ ที่มีราคาถูก ทำได้เอง และมักไม่ค่อยปรากฏผลข้างเคียง สำหรับสิวอักเสบ มีหลายปัจจัยที่นำไปสู่การพัฒนาของสิว เช่น หลักพันธุศาสตร์, อาหาร, ความเครียด, การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน และการติดเชื้อ ถ้าคุณอยากกำจัดสิวอักเสบให้ออกไปจากชีวิตของคุณ ลองทำตามคำแนะนำเหล่านี้

  1. มาร์คหน้าด้วยแอปเปิ้ลไซเดอร์

น้ำส้มสายชูที่ทำมาจากแอปเปิล มีความสามารถในการต่อสู้กับแบคทีเรีย และไวรัสหลายชนิด น้ำส้มสายชูไซเดอร์ของแอปเปิล มีกรดอินทรีย์หลายชนิดที่แสดงให้เห็นว่าสามารถฆ่าเชื้อสิวอักเสบได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกรดซัคซินิค ที่มีประสิทธิภาพในการยับยั้งการอักเสบที่เกิดจากเชื้อสิว และสามารถป้องกันไม่ให้เกิดแผลเป็นจากสิวได้อีกด้วย นอกจากนี้กรดแลคติคที่มีอยู่ในแอปเปิ้ลไซเดอร์ ยังช่วยกำจัดรอยแผลเป็นที่เกิดจากสิวได้ และน้ำส้มสายชูแอปเปิ้ลไซเดอร์ ยังช่วยให้น้ำมันส่วนเกินถูกกำจัดออกไปในปริมาณที่พอเหมาะ และทำให้สิวอักเสบแห้งเร็วขึ้น

วิธีมาร์คหน้าด้วยแอปเปิ้ลไซเดอร์ ฆ่าเชื้อสิวอักเสบ

  1. ผสมน้ำส้มสายชูแอปเปิ้ลไซเดอร์ 1 ส่วน และน้ำสะอาดอีก 3 ส่วน โดยให้คุณใช้น้ำมากขึ้นกว่า ถ้าคุณเป็นผู้มีผิวแห้ง หรือผิวบอบบาง
  2. หลังจากทำความสะอาดผิวหน้าเสร็จแล้ว ให้คุณใช้สำลีก้อนชุบน้ำที่เตรียมไว้ มาทาให้ทั่วไปหน้า เน้นบริเวณที่มีสิวอักเสบ
  3. มาร์คทิ้งไว้เป็นเวลา 1 นาที แล้วจึงล้างออกด้วยนำสะอาด แล้วซับให้แห้ง
  4. ทำซ้ำขั้นตอนนี้ 1-2 ครั้งต่อวันตามต้องการ

เคล็ดลับ : เป็นเรื่องสำคัญที่คุณจะต้องทราบว่า การใช้น้ำส้มสายชูแอปเปิ้ล กับผิวของคุณ อาจทำให้เกิดแผลไหม้ และระคายเคืองได้ ดังนั้นคุณควรใช้ในปริมาณเล็กน้อย และเจือจางด้วยน้ำเปล่า

  1. ทานอาหารเสริมสังกะสี

สังกะสี เป็นสารอาหารที่จำเป็นต่อการเจริญเติบโตของเซลล์การสร้างฮอร์โมน การเผาผลาญ และการทำงานของระบบภูมิคุ้มกัน นอกจากนี้ยังเป็นหนึ่งในการรักษาธรรมชาติ สำหรับการรักษาสิวอักเสบ การวิจัยแสดงให้เห็นว่าคนที่เป็นสิวมัก จะมีระดับสังกะสีในเลือดต่ำกว่าคนที่มีผิวใส  มีงานวิจัยหลายชิ้นที่แสดงให้เห็นว่าการรับประทานสังกะสีช่วยลดสิวอักเสบในการศึกษาหนึ่งผู้ป่วยที่เป็นสิว 48 คน ได้รับอาหารเสริมสังกะสีจำนวน 3 ครั้งต่อวัน หลังจากผ่านไป 8 สัปดาห์ผู้ป่วย 38 คน ประสบปัญหาสิวลดลงสูงถึง 80–100% มีใบหน้าที่สวยใสมากขึ้น

หากแต่อย่างไรก็ตาม ปริมาณสังกะสีที่เหมาะสมสำหรับการรักษาสิวยังไม่ได้รับการกำหนดขึ้นอย่างเป็นทางการ แต่การศึกษาหลายแห่งแสดงให้เห็นว่าการลดสิวที่มีประสิทธิภาพ คุณต้องรับสังกะสีจำนวน 30 – 45 มิลลิกรัมต่อวัน โดยสังกะสีมีหลายรูปแบบ ซึ่งการรับประทานสังกะสี ที่แนะนำว่ามีความปลอดภัยมากที่สุด คือ 40 มก. ต่อวัน ดังนั้นจึงเป็นสิ่งที่ดีที่สุด ที่คุณจะไม่กินเกินจำนวนนั้น เว้นแต่ว่าคุณจะอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์ ซึ่งการรับประทานสังกะสีมากเกินไปอาจทำให้เกิดผลข้างเคียง รวมถึงอาการปวดท้อง และระคายเคืองต่อลำไส้ สิ่งสำคัญ คือ คุณต้องทราบว่าการใช้สังกะสีประเภทที่นำมาทากับผิว ไม่ได้แสดงให้เห็นว่ามีประสิทธิภาพเท่าที่ควร อาจเป็นเพราะสังกะสี ไม่สามารถดูดซึมผ่านผิวหนังได้อย่างมีประสิทธิภาพนั่นเอง การรับประทานจึงเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุด

เคล็ดลับ : ผู้ที่เป็นสิวมักจะมีระดับสังกะสีต่ำกว่าคนที่มีผิวใส หลายการศึกษาแสดงให้เห็นว่าการรับประทานสังกะสีสามารถลดสิวได้อย่างมาก

  1. ทำมาร์คน้ำผึ้ง และอบเชย

ทั้งน้ำผึ้ง และอบเชย จัดเป็นแหล่งต้านอนุมูลอิสระที่ยอดเยี่ยม จากการศึกษาพบว่าการใช้สารต้านอนุมูลอิสระ กับผิวมีประสิทธิภาพในการลดสิวได้ดีกว่า เบนโซอิลเปอร์ออกไซด์ และเรตินอยด์ ซึ่งตัวยาทั้ง 2 นี้ เป็นยารักษาสิวทั่วไป 2 ชนิดที่ใช้กับผิวที่มีคุณสมบัติต้านเชื้อแบคทีเรีย สารต้านอนุมูลอิสระที่สำคัญ ได้แก่ วิตามินบี 3, กรดไขมันไลโนเลอิค หรือ โอเมก้า6 และฟอสเฟต ซึ่งเป็นอนุพันธ์ของวิตามินซี สารต้านอนุมูลอิสระเฉพาะเหล่านี้ สามารถพบในน้ำผึ้ง และอบเชย ที่มีความสามารถในการต่อสู้ กับแบคทีเรีย และลดการอักเสบของผิว ซึ่งเป็น 2 ปัจจัยที่ก่อให้เกิดสิว ในขณะที่คุณสมบัติทางด้านต้านการอักเสบ ต้านอนุมูลอิสระ และต้านเชื้อแบคทีเรีย ของน้ำผึ้งและอบเชย สามารถเป็นประโยชน์ต่อผิวที่เป็นสิวได้

วิธีทำมาร์คน้ำผึ้งและอบเชย

  1. ผสมน้ำผึ้ง 2 ช้อนโต๊ะ กับอบเชย 1 ช้อนชา คนให้เข้าด้วยกัน
  2. หลังจากทำความสะอาดผิวหน้า ให้คุณทามาร์ค ลงบนใบหน้าของคุณ แล้วทิ้งไว้ประมาณ 10-15 นาที
  3. ล้างมาร์คออกให้สะอาด แล้วเช็ดให้แห้ง
  4. ใช้ชาเขียวรักษาสิวอักเสบ

ชาเขียวประกอบด้วยสารต้านอนุมูลอิสระสูงมาก และแน่นอนว่าการดื่มชาเขียวอย่างเป็นประจำ ก็สามารถส่งเสริมสุขภาพที่ดีได้ หากไม่มีการศึกษาใด ๆ ในเรื่องประโยชน์ของการดื่มชาเขียว กับการักษาสิว แต่การนำชาเขียวมาใช้กับผิวโดยตรงนั้นแสดงให้เห็นว่าช่วยรักษาสิวอักเสบได้ ทั้งนี้อาจเป็นเพราะฟลาโวนอยด์ และแทนนินในชาเขียว เป็นที่รู้กันว่าช่วยต่อสู้กับแบคทีเรีย และลดการอักเสบ ซึ่งเป็นสาเหตุหลักสำคัญของสิว 2 ประการ สารต้านอนุมูลอิสระที่สำคัญในชาเขียว ที่มีชื่อว่า EGCG ได้รับการยืนยันว่า สามารถลดการผลิตความมัน ช่วยในการต่อสู้กับการอักเสบของสิว และยับยั้งการเจริญเติบโตของสิวอักเสบได้ และการศึกษาหลายชิ้น แสดงให้เห็นว่าการใช้สารสกัดจากชาเขียว 2-3% กับผิวหนัง ช่วยลดการผลิตไขมัน และสิวอักเสบ ในผู้ที่เป็นสิวได้อย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งคุณสามารถนำชาเขียวมารักษาสิวได้ด้วยตนเองที่บ้าน ยิ่งคุณเป็นคนที่ชอบดื่มชาเขียวอยู่ด้วยแล้วยิ่งดีใหญ่ เพราะดีต่อทั้งสุขภาพกาย และผิว

วิธีนำชาเขียวมารักษาสิวอักเสบ

  1. นำใบชาเขียว มาต้มในน้ำเดือดจัด ๆ ประมาณ 3-4 นาที
  2. ยกลงพร้อมปล่อยให้ชาเย็น
  3. ใช้สำลีชุบน้ำชา กับนำน้ำชามาเทลงในขวดสเปรย์เพื่อใช้สำหรับฉีด
  4. ล้างหน้าให้สะอาด นำน้ำชาเขียวมาพ่นให้ทั่วใบหน้า ปล่อยทิ้งไว้จนแห้ง ถึงค่อยล้างออกได้

อย่างไรก็ตาม ถึงแม้จะไม่มีหลักฐานชัดเจนว่า การดื่มชาเขียวสามารถต่อสู้กับสิวได้ แต่งานวิจัยบางชิ้นชี้ให้เห็นว่ามันอาจเป็นประโยชน์ในทางอ้อม ยกตัวอย่าง เช่น การดื่มชาเขียวช่วยลดน้ำตาลในเลือด และลดระดับอินซูลินลง ซึ่งเป็นผลดีที่นำไปสู่การพัฒนาของสิวได้ ชาเขียวมีสารต้านอนุมูลอิสระสูง ช่วยต่อต้านแบคทีเรีย และลดการอักเสบ การใช้ชาเขียวกับผิวได้รับการยืนยันว่าช่วยลดสิว ได้อย่างมีนัยสำคัญ

และนี่ก็คือวิธีที่น่าสนใจใน การรักษาสิวอักเสบที่เราได้นำมาฝากคุณผู้อ่านกันในวันนี้ ซึ่งส่วนผสมเหล่านี้สามารถหาซื้อได้ตามซุปเปอร์มาร์เก็ตชั้นนำทั่วไป มีราคาย่อมเยา เพราะใน 1 บรรจุภัณฑ์สามารถนำมาทำซ้ำได้หลายรอบ นอกจากนี้แล้วคุณก็อย่าลืมบำรุงผิวหน้าด้วยการทาครีมรักษาสิวอักเสบก่อนนอนในทุก ๆ คืนด้วยนะคะ เพื่อเสริมสร้างประสิทธิภาพในการรักษาให้ดีในระดับขีดสุด สิวอักเสบจะได้หายเร็ว ๆ นั่นเองค่ะ