สิวยุบหายทันใจด้วยการฉีดสิว

สิวเป็นปัญหาโลกแตกที่รักษาให้หายขาดได้ยากมาก ทำให้ใครหลาย ๆ คนหมดความมั่นใจไม่กล้าออกไปข้างนอก สิวอันน่ากวนใจนั้นมีหลากหลายชนิด เช่น สิวอุดตัน สิวหัวดำ สิวหัวขาว สิวผด สิวอักเสบ สิวหัวช้าง เป็นต้น สิวเกิดขึ้นได้ง่ายมากถ้าผิวหน้าเราไม่แข็งแรงหรือมีการเปลี่ยนแปลงที่ฉับพลัน เช่น การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน การล้างหน้าไม่สะอาด การนอนน้อย และอื่น ๆ อีกมากมายที่ทำให้เกิดสิว แต่สิวก็สามารถรักษาให้หายได้เช่นกัน แต่อาจต้องใช้ระยะเวลาค่อนข้างนอน แต่ถ้าอยากให้สิวยุบเร็ว ๆ ล่ะ จะทำได้หรือเปล่า โดยเฉพาะเมื่อใบหน้าเกิดสิวอักเสบเม็ดโตขึ้นมาในวันสำคัญแล้วด้วย เราสามารถเดินตรงเข้าไปยังคลินิกรักษาสิวและเข้ารับการฉีดสิวได้ มาดูกันว่าฉีดสิวคืออะไรได้เลย

การฉีดสิวคืออะไร

การฉีดสิวเป็นการฉีดฮอร์โมนสังเคราะห์ที่มีความคล้ายคลึงกับฮอร์โมนคอร์ติซอล (Cortisol) มีคุณสมบัติความสามารถในการลดอาการอักเสบ บางครั้งสามารถช่วยลดริ้วรอยให้ตื้นลงด้วย สามารถเข้ารับการฉีดได้ตามคลินิกเสริมความงามทั่วไปและคลีนิครักษาสิวผ่านแพทย์ผู้เชี่ยวชาญทางด้านผิวหนัง การฉีดสิวสามารถลดอาการบวม ร้อน แดงหรือเจ็บปวดให้หายไปภายในไม่กี่วันได้ ซึ่งทั้งหมดล้วนเป็นอาการของการอักเสบทั้งนั้น โดยจะฉีดเข้าไปยังบริเวณสิวอักเสบที่มีอาการบวมหรือเป็นหัวหนอง การทำงานของการฉีดสิวนั้นเริ่มจากฉีดฮอร์โมนสังเคราะห์อย่างคอติซอลที่ผ่านกระบวนการการทำให้เจือจางก่อน ทำให้ฮอร์โมนสังเคราะห์มีความเข้มข้นต่ำ จากนั้นจึงฉีดลงไปที่บริเวณหัวสิวที่มีการอักเสบโดยตรงผ่านทางเข็มฉีดยาที่มีลักษณะพิเศษแตกต่างจากเข็มที่ใช้ดูดเลือดหรือเข็มที่ใช้ฉีดวัคซีนทั่วไป โดยเข็มจะมีลักษณะเล็กกว่ามากเรียกว่า ไมโครนีดเดิล (Micro Needle) เข็มชนิดนี้ได้ถูกออกแบบมาให้เมื่อฉีดเข้าไปบนผิวจะทำให้มีความเจ็บน้อยกว่า อย่างไรก็ตามถ้าผู้ป่วยรู้สึกเจ็บมากจนทนไม่ไหว ผู้เชี่ยวชาญทางผิวหนังจะทำการฉีดยาชาบริเวณรอบ ๆ สิวก่อนแล้วจึงฉีดยารักษาสิวภายหลัง การฉีดสิวให้ผลตอบสนองที่รวดเร็วใช้เวลาประมาณ 24 ชั่วโมง สิวก็ยุบและหายขาดภายใน 1 สัปดาห์

ประโยชน์ของการฉีดสิว

การฉีดสิวนั้นไม่เหมาะที่จะใช้สำหรับการรักษาสิวทั่ว ๆ ไป เช่น สิวเม็ดเล็ก สิวผด สิวอัดต้น สิวหัวดำ เป็นต้น แต่การฉีดสิวนั้นเหมาะกับการรักษาสิวเม็ดใหญ่ที่มีการอักเสบที่ฝังลึกมากกว่า เช่น สิวอักเสบและสิวหัวช้าง เราสามารถฉีดสิวได้ทั้งใบหน้าและทั่วร่างกายในบริเวณที่มีสิวเกิดขึ้น โดยหากมีอาการเหล่านี้ สามารถรับการรักษาฉีดสิวได้ ดังนี้

  1. คนที่มีสิวอักเสบ สิวหัวช้างและสิวหัวหนองเม็ดใหญ่ที่ขึ้นมาเป็นระยะเวลานาน
  2. คนที่สิวไม่มีหัวหรือหัวสิวยังไม่โผล่ออกมา แต่มีอาการเจ็บและอักเสบบริเวณสิวตรงนั้น

ผลข้างเคียงจากการฉีดสิว

การฉีดสิวดูเหมือนเป็นวิธีการรักษาสิวที่ง่ายและรวดเร็ว แต่วิธีนี้ต้องใช้การรักษาอย่างระมัดระวังเนื่องจากมีโอกาสที่จะเกิดผลกระทบหรือผลข้างเคียงตามมาได้ ผลกระทบที่พบได้บ่อยมากที่สุด คือ ปริมาณของฮอร์โมนคอติซอลสังเคราะห์ที่ฉีดเข้าไปนั้นมีความเข้มข้นมากจนเกินไปถึงแม้ว่าจะมีการทำให้เจือจางมาก่อนหน้านี้แล้ว หากได้รับการฉีดฮอร์โมนในปริมาณที่มีความเข้มข้นมากจะทำให้เซลล์ผิวหนังบริเวณนั้นแบ่งตัวได้ช้าลงและทำให้ผิวหนังบางได้ และจะทำให้เกิดริ้วรอยหรือจุดด่างดำต่าง ๆ ซึ่งในบางกรณีจุดจ่างดำนี้จะไม่สามารถทำให้จางลงในภายหลังหรือต้องใช้ระยะเวลานานมากกว่าปกติที่จะทำให้รอยดำจางลง ในบางครั้งการฉีดสิวมารถทำให้เกิดอาการเม็ดสีผิวทำงานผิดปกติได้ จะทำให้เกิดวงสีขาวบริเวณรอบสิวเรียกว่า ไฮโปพิกเม้นเทชั่น (Hypopigmentation) ซึ่งมักจะเกิดกับคนที่มีสีผิวคล้ำหรือสีผิวเข้ม

ขั้นตอนวิธีการฉีดสิว

การฉีดสิวจะช่วยลดการบวมของสิวที่อักเสบได้ภายใน 24 ชั่วโมง ขั้นตอนแรกจะเริ่มต้นจากแพทย์จะทำการหาตำแหน่งที่ต้องฉีดซึ่งเป็นบริเวณที่กดแล้วจะรู้สึกเจ็บนั่นเอง หมออาจจะมีการเปิดหัวสิวออกก่อนหรืออาจจะไม่เปิดก่อนฉีดสิวก็ได้ เมื่อเริ่มกระบวนการฉีดสิวจะใช้เวลาสั้น ๆ เพียง 15 วินาทีเท่านั้นเป็นอันเสร็จ เราก็สามารถเดินออกจากคลีนิคพร้อมกับแผ่นพลาสเตอร์เล็ก ๆ ติดบนในหน้า และในเช้าวันถัดไปจะเห็นได้อย่างชัดเจนว่าสิวอักเสบนั้นยุบลงไปได้ ง่ายดายเหมือนกับมีเวทย์มนต์ แต่จริง ๆ แล้วการฉีดสิวมีกระบวนการที่ซับซ้อนมากกว่านั้น โดยทั่วไปแล้ววิธีการฉีดสิวจะเป็นตัวเลือกสุดท้าย หากเป็นสิวนานมากและไม่ยอมหายไปสักที คนไข้มักจะมีการไปพบแพทย์เนื่องจากสิวไม่ยอมทำให้เกิดความกังวลและรำคาญใจได้ บางคนอาจใช้วิธีบีบสิวเอง ซึ่งเป็นวิธีการที่ไม่แนะนำมากนัก เพราะการบีบสิวเองอาจทำให้ผิวหนังเกิดการอักเสบและเป็นรอยดำรอยแดงได้ ถ้าบีบสิวออกไม่หมดก็จะทำให้เกิดการอักเสบเพิ่มมากขึ้น

ทำไมเราถึงต้องไปฉีดสิว

การฉีดสิวนั้นเป็นวิธีที่ทำให้สิวยุบลงอย่างง่ายดายและรวดเร็ว หากวันรุ่งขึ้นเรามีงานสำคัญต่าง ๆ เช่น งานแต่งงานของเพื่อนรัก ซึ่งเราจะพลาดไม่ได้เด็ดขาด แต่ดันมีสิวอักเสบที่กำลังบวมแดงได้ที่ขึ้นที่ใบหน้าอันสวยงามของเรา ไม่ยอมยุบลงสักที การฉีดสิวจึงเป็นวิธีการที่ดีอย่างหนึ่งที่ช่วยเราได้ ทำให้ลดการการอักเสบ การบวมหรือแดงของสิวได้เป็นอย่างดี หรือในกรณีที่เป็นสิวอักเสบเรื้อรังยาวนาน การฉีดสิวก็เป็นทางเลือกที่ดีที่ช่วยบรรเทาอาการเจ็บปวดและความทรมานอย่างยาวนานให้หายได้ หลังจากฉีดสิวก็สามารถกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้อย่างปกติ บางครั้งหลังการฉีดสิวจะได้รับยาทาเพื่อรักษาหรือป้องกันสิวกลับมาด้วย

การเตรียมตัวและข้อควรระวังในการฉีดสิว

  1. ไม่ใช่สิวทุกเม็ดบนใบหน้าที่จะสามารถรักษาโดยการฉีดสิวได้ โดยปกติสิวทั่วไปแพทย์จะไม่แนะนำให้ฉีดรักษาสิว จะแนะนำให้ฉีดเฉพาะสิวที่มีการอักเสบหรือบวมเท่านั้น ในกรณีที่เป็นสิวทั่วไปจะใช้การรักษาที่ไม่รุนแรงหรือทำร้ายผิวหนังเท่าการฉีดสิว
  2. การฉีดฮอร์โมนสังเคราะห์คอร์ติซอลจะทำการฉีดเข้าไปเพียงจุดเดียว ในกรณีที่ความเข้มข้นมาก คอร์ติซอลจะซึมเข้าไปในระบบไหลเวียนโลหิตและอาจส่งผลกระทบต่อระบบในร่างกายได้
  3. ในกรณีที่ฮอร์โมนคอร์ติซอลที่ฉีดมีความเข้มข้นมากเกินไป อาจทำให้เกิดสภาวะผิวหนังหดลงได้ สามารถแก้ไขได้โดยการฉีดน้ำเกลือเข้าไปที่ผิวหนัง ดังนั้นควรมั่นใจว่าคลินิกที่จะเข้าไปฉีดสิวนั้นได้มาตรฐานและมีแพทย์ที่มีความชำนาญและได้รับใบรับรองเท่านั้น
  4. ในการฉีดสิวบริเวณที่เดิมซ้ำ ๆ กันหลายครั้ง จะทำให้ผิวหนังบริเวณนั้นเกิดความบอบบางและเป็นแผลได้ง่าย
  5. การฉีดสิวไม่ควรใช้เป็นตัวแทนของครีมรักษาสิวหรือการรักษาสิวด้วยวิธีอื่น ๆ เพราะการฉีดสิวนั้นจะต้องใช้ในกรณีที่มีความเป็นอย่างการเป็นสิวอักเสบที่รุนแรงหรือสิวหัวช้างที่มีการอักเสบอย่างรุนแรงและมีขนาดใหญ่เท่านั้น
  6. การฉีดสิวไม่ได้เจ็บอย่างที่คิด ถ้าคนที่กลัวเข็มฉีดยานั้นไม่ต้องกลัวว่าการฉีดสิวจะเจ็บและน่ากลัวเหมือนกับการฉีดยาทั่วไป เพราะเข็มที่ใช้ฉีดสิวนั้นเป็นเข็มพิเศษที่มีขนาดเล็ก ช่วยให้เกิดอาการเจ็บปวดน้อยที่สุด คนที่ไม่กลัวเข็มก็สบายเลยเพราะแทบไม่รู้สึกอะไร นอกจากนี้การฉีดสิวไม่ได้ทำให้หัวสิวแตกออกมาหรือมีเลือดไหล ไม่ต้องกลัวหรือกังวลใด ๆ หากจำเป็นที่จะต้องฉีดสิวอย่าลังเลที่จะเข้าไปพบแพทย์เพราะการฉีดสิวไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิด