สมุนไพรรักษาฝ้า อีกหนึ่งภูมิปัญญาที่หลายคนมองข้าม

ถ้าพูดถึงหนึ่งในของดีที่มีมาตั้งแต่โบราณ ซึ่งมีสรรพคุณน่าสนใจ ช่วยในเรื่องการดูแลรักษาผิวพรรณของชาวไทย มาเป็นเวลานานแล้ว แน่นอนว่าสิ่งนั้น ก็คือ สมุนไพร โดยสมุนไพรไทยในนี้มีความโดดเด่นมาก และมีชื่อเสียงขจรขจายไปไกลถึงต่างประเทศ สมุนไพรไทย มีทั้งสมุนไพรที่นำมารับประทานได้ หรือนำมาช่วยในการบำรุงรักษาแก้ไขปัญหาผิวที่ไม่พึงประสงค์ต่าง ๆ เพราะฉะนั้นวันนี้ สำหรับผู้ที่มีปัญหาในเรื่องของฝ้า มีใบหน้าหยาบกร้านด้านดำ มีสีผิวกระดำกระด่าง ที่ไม่พึงประสงค์ และคุณเองก็อาจจะเคยเลือกใช้ครีมที่มีส่วนผสมของสารเคมี น้ำหอม แอลกอฮอล์ต่าง ๆ มาแล้ว และพบว่ายิ่งทำให้ปัญหาที่คุณมีอยู่นั้น ลุกลามบานปลายมากขึ้นไปอีก เพราะฉะนั้นคุณอาจลองหันมาเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ หรือเลือกใช้สมุนไพรรักษาฝ้าโดยตรงเลย เพราะว่าเป็นวิธีทางเลือกหนึ่ง ที่ทำให้การรักษาเห็นผลได้จริง มีความปลอดภัย อีกทั้งยังมีราคาถูกอีกด้วย

มะละกอ

มะละกอ นอกจากจะนำมารับประทานเป็นผลไม้ เพื่อช่วยในเรื่องขับถ่าย ทำให้สบายท้อง ผิวพรรณสดใส เปล่งปลั่ง จากภายในแล้ว คุณก็ยังสามารถนำมะละกอสุกมาบด หรือบี้ให้เป็นเนื้อครีม เพื่อนำมาพอกผิวหน้า และช่วยในการรักษาฝ้าได้อย่างดีเยี่ยมเลยทีเดียว โดยผลไม้ชนิดนี้อุดมไปด้วย เอนไซม์ปาเปน แคโรทีน วิตามินซี อีกทั้งยังอุดมไปด้วย สารต้านอนุมูลอิสระ ซึ่งนอกจากจะช่วยผลัดเซลล์ผิวได้อย่างเป็นธรรมชาติ ไม่กัดหน้าจนเกิดความรุนแรงเกินไปแล้ว ก็ยังทำให้ใบหน้าของคุณนั้นแลดูเต่งตึงอิ่มน้ำ เหี่ยวยานช้ากว่าปกติอีกด้วย อีกทั้งยังช่วยทำให้ผิวหน้านุ่มนิ่ม นวลเนียน น่าสัมผัสกว่าที่เคย อีกทั้งยังช่วยบรรเทาผิวที่แสบแดงบวม อันเนื่องมาจากการถูกแสงอาทิตย์เผา แผลไฟไหม้ แผลน้ำร้อนลวก เพราะฉะนั้น ผิวที่เกิดจากการที่โดนแสงแดดเผา ผิวมีความร้อนสะสมตัวอยู่ใต้ชั้นผิวหนังสูง การใช้สูตรมะละกอนี้ ก็จะช่วยทำให้ผิวเกิดความเย็นฉ่ำ รู้สึกเบาสบาย

ซึ่งก็เป็นสูตรพอกหน้าอีกสูตรหนึ่ง ที่เราอยากจะแนะนำ แต่การใช้มะละกอพอกหน้าเพียว ๆ คุณอาจจะไม่ได้รับประสิทธิภาพในการรักษาดีเท่าที่ควร เพราะฉะนั้นเราจึงอยากแนะนำให้คุณนำมะละกอสุกที่บี้แล้ว มาผสมเข้ากับน้ำผึ้ง 2 ช้อนชา และน้ำมะนาว 2 ช้อนชา เพื่อช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของมาร์คหน้าสูตรนี้ให้ดียิ่งขึ้น ช่วยลบเลือนฝ้าอย่างเห็นผลได้อย่างรวดเร็ว ขอแนะนำให้คุณทำอย่างต่อเนื่องอาทิตย์ละ 3 ครั้ง สวนมะละกอที่เหลือก็ให้คุณนำมารับประทาน เพื่อช่วยเติมวิตามินจากภายในร่างกาย ผสมผสานกับการดูแลผิวหน้าจากภายนอก เพื่อให้เห็นผลลัพธ์ดีที่สุดนั่นเอง

กระเพรา

สมุนไพรรักษาฝ้าวันนี้ขอนำเสนอ ใบกระเพรา สำหรับใบกระเพรานอกจากจะมีกลิ่นที่เป็นเอกลักษณ์แล้ว ก็ยังอุดมไปด้วยวิตามินซี และแคลเซียมสูง มีประสิทธิภาพอันยอดเยี่ยม ใช้เป็นสมุนไพรกำจัดฝ้าได้เป็นอย่างดี สมุนไพรตัวนี้หลายคน ๆ มักจะมองข้ามเมื่อพูดถึงการนำมาบำรุงผิว คุณผู้อ่านเองเมื่ออ่านมาถึงตรงนี้แล้ว ก็อาจจะรู้สึกประหลาดใจอยู่บ้าง เพราะส่วนใหญ่แล้วผู้คนจำนวนมากมักจะคุ้นเคยในการเอาใบกระเพราไปประกอบอาหารเสียมากกว่า แต่เชื่อเถอะว่านำมารักษาฝ้าได้จริง

วันนี้เราจะมาสอนให้คุณทำโทนเนอร์สมุนไพรรักษาฝ้าจากใบกระเพรา ก่อนให้คุณนำใบกระเพราแห้งมา 1 กำใหญ่ ๆ แล้วนำโขก สับ หรือตำให้ละเอียด จนกระทั่งเป็นผงขนาดเล็ก ๆ ไม่เหลือเค้าโครงของความเป็นใบอยู่เลย และนำมาผสมกับน้ำอุ่นประมาณ 1 ถ้วยเล็ก ๆ ก็พอ เน้นความเข้มข้น คนส่วนผสมให้เข้ากันดี วิธีใช้ คือ ให้คุณสำลีชุบน้ำกระเพรามาทาให้ทั่วบริเวณใบหน้า แต่เน้นในช่วงผิวที่มีฝ้าเยอะหน่อยเท่านั้นเอง หลังจากนั้นก็ปล่อยให้แห้ง เมื่อแห้งแล้วคุณก็ไปล้างหน้าออกให้สะอาด สำหรับสูตรนี้สามารถใช้เป็นโทนเนอร์ได้ทั้งเช้า และเย็นเลยทีเดียว

หอมแดง

สมุนไพรรักษาฝ้าก้นครัว ที่หลาย ๆ คนอาจจะมองข้าม แต่ด้วยความที่หอมแดงนั้นมีกลิ่นแรง อีกทั้งยังมีน้ำมันเข้มข้นเฉพาะตัวที่มีความรุนแรงมาก เพราะฉะนั้นจึงช่วยจุดด่างดำสีเข้มที่เกิดจากสิว ช่วยกำจัดฝ้าหนา ฝ้าบาง และฝ้ากระ ได้เป็นอย่างดี เรียกได้ว่าเป็นสมุนไพรรักษาฝ้า ที่มีประสิทธิภาพมาก ๆ เพียงแต่ว่าคุณจะต้องระมัดระวังในการใช้เสียหน่อยเพราะอย่างที่เราได้เกริ่นไว้ว่าหอมแดงนั้น มีฤทธิ์ร้อนมาก และมีน้ำมันเฉพาะตัวอาจทำให้ผิวแสบได้ ถ้าคุณใช้ผิดวิธี ก่อนอื่นให้คุณน้ำหอมแดงมาปอกเปลือก ล้างน้ำให้สะอาด และพยายามหั่นให้มีลักษณะเป็นแว่นได้รูปทรงสวยงาม และต้องมีความบางมาก เพราะเมื่อคุณนำหอมแดงมามาร์คหน้าแล้ว หอมแดงที่หั่นหน้าก็จะสามารถกลิ้งตกจากหน้าของคุณได้ ทำให้ต้องมาพะว้าพะวงกับการหยิบหอมแดงไปว่างที่ตำแหน่งเดิม แต่ถ้าคุณหั่นหอมแดงบาง หอมแดงก็จะถูกวางในแนวราบไปกับผิวหน้าของคุณ ได้อย่างสวยงาม

หลังจากหั่นเสร็จแล้ว ให้คุณนำไปแช่ตู้เย็นประมาณ 5 นาที เพื่อช่วยลดความแสบร้อน เพราะถึงแม้คุณจะหลับตาตอนมาร์ค เชื่อเถอะว่าคุณจะก็ยังจะแสบตาจนน้ำตาไหล! โดยน้ำมันของหอมแดงนั้น อุดมไปด้วยกำมะถัน ซึ่งช่วยลบรอยจุดด่างดำ รอยฝ้าได้เร็วมาก ๆ และทรงพลังอย่างที่สุด เพียงแต่ว่าให้คุณมาร์คครั้งละเพียงแค่ 10 นาทีเท่านั้น อย่าเกินกว่านี้ เพราะว่าหอมแดงก็จะกัดหน้าคุณจนแสบได้ แนะนำให้ทำสัปดาห์ละ 3 ครั้งก็พอ และต้องทำก่อนอาบน้ำเข้านอน เพื่อที่ว่าคุณจะได้บำรุงผิวหน้าด้วยการทาครีม หลังจากที่ใช้สูตรพอกหน้าหอมแดงไป ซึ่งจะได้ช่วยบรรเทาอาการเจ็บแสบระคายเคืองได้อย่างดี เราขอรับรองเลยว่า ถ้าคุณใช้สูตรหอมแดงสมุนไพรรักษาฝ้านี้ ควบคู่ไปกับการทาครีม และใช้ดูแลตัวเองในสูตรอื่น ๆ ที่เราได้แนะนำไว้ในบทความนี้ จะเห็นผลได้อย่างรวดเร็ว จนแทบไม่น่าเชื่อเลยทีเดียว

รู้จักสมุนไพรรักษาฝ้าแล้ว ยังต้องรู้จักการพกครีมกันแดดอีกด้วย

สุดท้ายแล้ว คุณสามารถนำสมุนไพรรักษาฝ้าเหล่านี้ มาผสมผสานรวมกันได้เลย และขอแนะนำให้คุณเลือกซื้อครีมกันแดด มาใช้ควบคู่กันไปด้วย เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ดีที่สุด เพราะว่าส่วนใหญ่แล้ว การที่ชาวไทยเผชิญหน้ากับปัญหาฝ้ากันอยู่นี้เกิดจากการที่ไม่ดูแลตัวเอง ไม่ยอมป้องกันตัวเองจากแสงแดด คิดว่าครีมกันแดดไม่ใช่เรื่องจำเป็น แต่ไม่จริงเลยครีมกันแดดมีความสำคัญมาก เพราะฉะนั้นถ้ามีใครคิดเช่นนี้เขาต้องปรับเปลี่ยนนิสัยใหม่ พยายามซื้อครีมกันแดดมาติดกระเป๋าไว้ตลอดเวลา ไม่ว่าจะเป็นครีมกันแดดประเภทเนื้อครีม กันแดดประเภทสเปรย์ กันแดดประเภทวอเตอร์เบสก็ได้ แต่ขอให้คุณเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ครีมกันแดดที่คุณชอบมากที่สุด ใช้แล้วปกป้องผิวดี มีค่าตั้งแต่ SPF 50 PA + + + ขึ้นไป เป็นต้น เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ดีที่สุด แต่ถ้าครีมกันแดดตัวไหน ที่คุณใช้แล้วรู้สึกหน้ามัน หรือหนักหน้ามากจนเกินไป ก็ให้รีบหาผลิตภัณฑ์ครีมกันแดดตัวอื่นมาใช้ทันที หรือคุณอาจจะเลือกเป็นครีมกันแดดประเภทสเปรย์ก็ได้ เพราะว่ามีเนื้อเนียนละเอียด นุ่ม ใช้แล้วไม่หนักหน้า มีกลิ่นที่ไม่ค่อยมีแรง เหมือนครีมกันแดดรุ่นเก่าในอดีต อีกครั้งกันแดดแบบสเปรย์บางแบรนด์ ยังสามารถฉีดทับเครื่องสำอางได้อีกด้วย เรียกได้ว่าสะดวกสบาย และตอบโจทย์วิถีชีวิตของคนทำงานในปัจจุบันนี้จริง ๆ

สมุนไพรไทย อาจจะเป็นอีกหนึ่งสิ่ง ที่หลาย ๆ คนมักจะลืมเลือนไป แต่ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานขนาดไหน แต่สมุนไพรไทยก็ยังเป็นหนึ่งในสิ่งที่มีคุณค่าในตัวเอง มีประสิทธิภาพสูง ไม่ว่าจะช่วยในเรื่องของ การรับประทานเพื่อเป็นยาก็ดี หรือการนำมาบำรุงผิวก็ดี เพราะฉะนั้นถ้าคุณเป็นผู้ที่แพ้ครีมผลิตภัณฑ์รุ่นใหม่ ที่มีสารเคมีผสมอยู่เยอะ หรืออยากจะดูแลผิวหน้าตัวเองแบบเป็นธรรมชาติ สมุนไพรรักษาฝ้าก็เป็นแนวทางที่อยากให้คุณได้ลอง