ลดถุงใต้ตาง่าย ๆ ด้วย 16 วิธียับยั้งและรักษาถุงใต้ตา

ถุงใต้ตา คือลักษณะอาการบวมที่บริเวณใต้ดวงตา ไม่มีอันตรายใด ๆ ต่อร่างกาย แต่อาจส่งผลกระทบต่อความมั่นใจของใครหลาย ๆ คน บางคนบวมมากบวมน้อย หรือบางคนอาจมีสีเข้มและคล้ำราวกับลวดลายของหมีแพนด้า สาเหตุของถุงใต้ตามีหลากหลายสาเหตุ เช่น การนอนพักผ่อนไม่เพียงพอ อายุที่เพิ่มมากขึ้น รวมไปถึงโรคต่าง ๆ อย่างเช่นภูมิแพ้ เป็นต้น ปัจจุบันมีวิธีการรักษาถุงใต้ตามากมาย อาทิเช่น การศัลยกรรม แต่นั่นเป็นเพียงการแก้ไขปัญหาเบื้องต้น หากต้องการให้ถุงใต้ตาหายไปจำเป็นต้องมีการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ชีวิตอีกด้วย มาดูกันว่าเราจะทำได้อย่างไรบ้างกับปัญหาที่น่ากวนใจเช่นนี้

  1. การนอนหลับ การนอนเป็นวิธีที่ง่ายที่สุดที่ทำให้ร่างกายเราได้มีการพักผ่อนอย่างเพียงพอต่อความต้องการ เป็นการทำให้เซลล์ทั่วร่างกายได้พักและซ่อมแซมตัวเอง ควรนอนวันละ 8 ชั่วโมง จะทำให้ความหมองคล้ำของถุงใต้ตาหายไปได้ง่ายที่สุด ควรนอนให้เป็นเวลาเป็นประจำ
  2. การใช้ถุงชาประคบถุงใต้ตา ชามีประโยชน์มากมายต่อร่างกาย นอกจากนี้ถุงชาที่ใช้แล้วสามารถนำมาช่วยลดถุงใต้ตาได้ สารคาเฟอีนจากในชามีสารต้านอนุมูลอิสระเป็นจำนวนมาก ส่งผลทำให้ระบบการไหลเวียนของเลือดในเส้นเลือดบริเวณใต้ตาได้ อีกทั้งยังช่วยป้องกันความเสียหายจากรังสี UV จากแสงแดดเป็นอย่างดีและช่วยชะลอคริ้วรอยจากความแก่ชราได้ สามารถทำได้โดยการนำถุงชาที่ใช้แล้วไปแช่ให้เย็นจัด จากนั้นนำออกมาบิดน้ำชาออกหมาด ๆ แล้วนำถุงชานั้นมาโปะที่บริเวณถุงใต้ตาเป็นระยะเวลาประมาณ 15-20 นาที แล้วนำออก ช่วยให้ถุงใต้ตาค่อย ๆ หายไป
  3. การประคบเย็น การใช้ความเย็นมาประคบที่ถุงใต้ตาเป็นวิธีที่นิยมใช้กันมาก เพราะมีความสะดวกและทำได้ง่าย สามารถใช้อุปกรณ์ที่มีอยู่ภายในบ้านมาประยุกต์ใช้ ความเย็นจะช่วยให้หลอดเลือดบริเวณถุงใต้ตาเกิดการหดตัวอย่างรวดเร็วและทำให้รอยช้ำบริเวณถุงใต้ตาจางลง สามารถนำอุปกรณ์ที่หาได้ง่ายมาใช้ได้แก่ ช้อนชา แตงกวาแช่เย็นหรือผ้าเย็น ก่อนจะทำการประคบควรหาวัสดุอย่างผ้าวางบริเวณถุงใต้ตาก่อนเพื่อป้องกันความเย็นที่อาจก่อให้เกิดอันตรายต่อผิวหนังจากนั้นค่อยประคบเย็น
  4. ใช้ผลิตภัณฑ์สำหรับบำรุงผิวใต้ตาโดยเฉพาะ ผลิตภัณฑ์บำรุงถุงใต้ตามีให้เลือกมากมายตามท้องตลาด แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดในการเลือกใช้คือ สารที่อยู่ในผลิตภัณฑ์นั้น ๆ ปกติแล้วผลิตภัณฑ์บำรุงถุงใต้ตามักมีคุณสมบัติในการป้องกันสิวและชะลอความแก่ชรา ซึ่งคุณสมบัติเหล่านี้เกิดจาก วิตามินเอ ซึ่งมีคุณสมบัติช่วยลดถุงใต้ตาได้ เนื่องจากวิตามินเอมีความสามารถในการลดความเสื่อมสภาพของคอลลาเจนบนผิวหนังได้ ผลิตภัณฑ์บำรุงถุงใต้ตาทั่วไปมักมีความเข้มข้นของวิตามินเอน้อยเพราะมีข้อห้ามใช้บางประการ ดังนั้นควรพบผู้เชี่ยวชาญทางด้านผิวหนังเพื่อขอคำแนะนำและปรึกษาก่อน
  5. ใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของไวท์เทนนิ่ง หรือผลิตภัณฑ์ที่ช่วยเพิ่มความขาวกระจ่างใสมีสารสำคัญคือคือ ไฮโดรควิโนน(Hydroquinone) เป็นสารสำคัญหลักที่ไปรบกวนกระบวนการสร้างเมลานิน ซึ่งเป็นตัวการที่ทำให้ผิวเราคล้ำมากขึ้น ดังนั้นครีมบำรุงผิวไวท์เทนนิ่งจึงช่วยลดความหมองคล้ำของถุงใต้ตาเป็นอย่างดี ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวต่าง ๆ ที่วางขายตามห้างสรรพสินค้าหรือตามเคาน์เตอร์แบรนด์ต่าง ๆ มักพบสารไฮโดรควิโนนที่มีความเข้มข้นตามมาตรฐาน 2 % ถ้าหากว่าต้องการความเข้มข้นที่มากขึ้นจำเป็นต้องพบผู้เชี่ยวชาญทางด้านผิวหนังโดยตรง เพราะสารชนิดนี้มีข้อจำกัดในการใช้โดย จำเป็นต้องใช้ในเวลากลางคืนและหลีกเลี่ยงการโดนแสงแดด เนื่องจากอาจเกิดความระคายเคืองต่อผิวได้
  6. ทำความสะอาดโพรงจมูกด้วยน้ำเกลือบ่อย ๆ บางครั้งการทำความสะอาดโพรงจมูกช่วยให้ถุงใต้ตาหายไปได้อย่างไม่น่าเชื่อ เพราะเป็นการแก้ปัญหาที่ต้นเหตุคือ โรคภูมิแพ้ การล้างโพรงจมูกจะช่วยชำระล้างสิ่งสกปรกและตกค้างออกอย่างหมดจด สามารถทำได้โดยใช้ไซริงค์ฉีดยาหรืออุปกรณ์ล้างจมูกโดยเฉพาะ สามารถล้างได้บ่อยเท่าที่ต้องการ
  7. ดื่มน้ำให้เพียงพอต่อร่างกาย น้ำเป็นองค์ประกอบสำคัญในร่างกาย ร่างกายเราประกอบไปด้วยน้ำปริมาณมากถึง 60 % ต่อน้ำหนักตัว คนที่มีอาการขาดน้ำมักมีถุงใต้ตา ผู้เชี่ยวชาญแนะนำให้ดื่มน้ำประมาณ 13 แก้วต่อวันสำหรับผู้ชาย ส่วนผู้หญิงควรดื่มน้ำ 9 แก้วต่อวัน หากไม่ชอบดื่มน้ำเปล่าสามารถดื่มน้ำอย่างอื่นแทนได้ระหว่างวัน เช่น น้ำผลไม้ชนิดต่าง ๆ ดื่มเป็นน้ำร้อนหรือน้ำเย็นก็ได้
  8. ล้างหน้าให้สะอาด การล้างเครื่องสำอางออกให้สะอาดก่อนนอนเป็นสิ่งที่ช่วยลดถุงใต้ตาได้โดยเฉพาะมาสคาร่า เนื่องจากมันเป็นสิ่งที่ก่อให้เกิดอาการแพ้ได้ง่าย การนอนโดยที่ไม่ล้างเครื่องสำอางจะทำให้ผิวได้รับสารอนุมูลอิสระโดยตรงซึ่งเป็นพิษแก่เซลล์ผิวหนังทำให้ใบหน้ามีริ้วรอยได้ง่ายมากขึ้น
  9. เพิ่มหมอนอีก 1 ชั้น การนอนหมอนหลายชั้นเป็นอีกวิธีหนึ่งที่สามารถช่วยลดความหมองคล้ำได้ โดยการเพิ่มจำนวนหมอนอีก 1 ชั้น เป็นการยกระดับหมอนให้สูงขึ้นสามารถป้องกันการเคลื่อนที่ของของเหลวบริเวณถุงใต้ตาไม่ให้เคลื่อนที่มากจนเกินไปซึ่งทำให้เกิดความหมองคล้ำได้
  10. รับประทานอาหารที่มีคอลลาเจน เมื่ออายุเพิ่มมากขึ้น กล้ามเนื้อและเนื้อเยื่อบริเวณถุงใต้ตาจะเสื่อมสภาพลง นั่นหมายความว่าถุงใต้ตาจะเริ่มเหี่ยวและหย่อนคล้อย การรับประทานวิตามินซีควบคู่กับการรับประทานคอลลาเจนสามารถช่วยให้ร่างกายดูดซึมคอลลาเจนได้ดีอีกด้วย วิตามินซีพบได้มากในผักและผลไม้ ได้แก่ ส้ม สตอเบอร์รี่และบร็อคโคลี่ เป็นต้น


  11. รับประทานอาหารที่อุดมไปด้วยธาตุเหล็ก การขาดธาตุเหล็กเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ร่างกายขาดเม็ดเลือดแดง เนื่องจากธาตุเหล็กเป็นองค์ประกอบสำคัญในการสร้างเม็ดเลือดแดงหล่อเลี้ยงทั่วร่างกาย ซึ่งเม็ดเลือดแดงมีหน้าที่ขนส่งลำเลียงออกซิเจนไปสู่เซลล์ทั่วร่างกาย ดังนั้นหากขาดธาตุเหล็กจะสามารถทำให้ถุงใต้ตาขาดออกซิเจนได้และนำไปสู่การเกิดถุงใต้ตา อาหารที่มีธาตุเหล็ก ได้แก่ เนื้อสด อาหารทะเล ถั่วเขียว ผักใบเขียวและขนมปังเป็นต้น
  12. สวมแว่นกันแดดทุกครั้งเมื่อออกจากบ้าน วิธีที่ง่ายที่สุดในการป้องกันผิวบริเวณถุงใต้ตาคือสวมแว่นกันแดด นอกจากจะป้องกันถุงใต้ตาแล้วยังสามารถช่วยป้องกันรอยเหี่ยวย่นและมะเร็งผิวหนังได้อีกด้วย เนื่องจากรังสียูวีเป็นตัวการสำคัญที่ก่อให้เกิดโรคเหล่านั้น ผู้เชี่ยวชาญทางด้านผิวหนังแนะนำว่าการสวมแว่นกันแดดสามารถป้องกันรังสี UVA และ UVB ได้
  13. รับประทานยารักษาโรคภูมิแพ้ อาการภูมิแพ้สามารถทำให้เกิดถุงใต้ตาได้ เพราะทำให้ตาแดงเกิดอาการระคายเคือง และถุงใต้ตาคล้ำในที่สุด อาการเหล่านี้ล้วนเกิดจากการตอบสนองของระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย เมื่อร่างกายได้รับสิ่งแปลกปลอมจะมีกลไกตอบสนองโดยหลั่งสารต่าง ๆ ออกมากำจัดสิ่งแปลกปลอม เช่น สารฮีสตามีน ซึ่งทำให้ร่างกายเกิดอาการคัน ดังนั้นลองพบแพทย์ที่เชี่ยวชาญเพื่อขอรับยารักษาโรคภูมิแพ้อย่างถูกต้อง อาการภูมิแพ้อาจเกิดได้จากหลายปัจจัยเช่น สบู่ เครื่องสำอาง หากสามารถระบุได้ว่าเราแพ้อะไร ก็สามารถหลีกเลี่ยงผลิตภัณฑ์กลุ่มเหล่านั้นได้
  14. ลดโซเดียม การรับประทานอาการที่มีเกลือมากส่งผลให้รบกวนความเข้มข้นของของเหลวในร่างกาย จะทำให้ร่างกายแสดงอาการบวมน้ำซึ่งทำให้เกิดอาการถุงใต้ตาตามมาด้วย เกลือมักถูกใส่ลงไปในขนมขบเคี้ยวในปริมาณมากจึงควรหลีกเลี่ยงและรับประทานอาการจำพวกผลไม้แทนขนมขบเคี้ยวแทน
  15. งดดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ การลดแอลกอฮอล์สามารถช่วยลดถุงใต้ตาได้ เนื่องจากการดื่มแอลกอฮอล์จะทำให้ความเข้มข้นของของเหลวในร่างกายเสียสมดุลและทำให้ร่างกายขาดน้ำ หากหลีกเลี่ยงไม่ได้ควรดื่มน้ำดื่มโซดาหรือน้ำแร่ทันทีหลังจากที่ดื่มแอลกอฮอล์จะสามารถช่วยลดอาการขาดน้ำได้
  16. งดสูบบุหรี่ บุหรี่มีสารมากมายที่ก่อให้เกิดผลเสียแก่ร่างกาย นอกจากนี้บุรี่มีสารที่ทำลายวิตามินซีที่สะสมในร่างกาย ซึ่งวิตามินซีมีความสำคัญต่อการดูดซึมคอลลาเจนให้แก่ร่างกาย หากสูบบุหรี่จัดจะทำให้เกิดริ้วรอยเหี่ยวย่นและถุงใต้ตาตามมา การเลิกสูบบุหรี่นอกจากจะช่วยลดถุงใต้ตาแล้วยังช่วยลดความเสี่ยงต่อโรคหัวใจและมะเร็งอีกด้วย