รักษาฝ้าอย่างไร ให้เห็นผลอย่างปลอดภัย

หนึ่งในปัญหาใบหน้าที่สร้างความกังวลใจให้กับใครหลาย ๆ คน นั่นก็คือ ปัญหาเรื่องฝ้า โดยฝ้าที่เกิดขึ้นมานี้ สามารถแบ่งออกเป็นหลายชนิด หากแต่ฝ้าที่สามารถพบได้มากที่สุดในหมู่ชาวไทย ก็คือ ฝ้าแดด นั่นเอง โดยคุณผู้อ่านก็คงจะทราบกันดีอยู่แล้วว่า ประเทศไทยของเรานั้นเป็นประเทศที่มีอากาศร้อนจัด และมีแสงแดดที่สาดส่องลงมาอย่างรุนแรงเกือบตลอดทั้งปี ทำให้ผู้ที่ละเลยไม่ได้ดูแลตัวเอง ไม่ทาครีมกันแดด ไม่สวมเสื้อผ้าคลุมผิว หรือไม่สวมหมวกปิดบังใบหน้า ในยามที่จะต้องออกไปทำกิจกรรมในช่วงเวลากลางวัน หรือแม้แต่จุดเล็ก ๆ ที่ดูเหมือนไม่สลักสำคัญอะไร เช่น คุณเป็นพนักงานออฟฟิศต้องที่ออกไปกินข้าวข้างนอกในช่วงเที่ยง ซึ่งเป็นช่วงที่แสงแดดมีความรุนแรงมากที่สุด ทำให้ผิวของคุณโดนแสงแดดทำร้ายสะสมในทุก ๆ วัน จนกระทั่งก่อให้เกิดฝ้าขึ้นมานั่นเอง โดยบางคนอาจจะรู้ตัวเร็วว่ากำลังมีฝ้าก่อตัวขึ้นมาบนใบหน้า แต่สำหรับบางคนอาจจะรู้ตัวช้า ซึ่งเมื่อส่องกระจกดูอีกทีก็พบว่าฝ้าที่เกิดขึ้นมานั้นมีสีเข้ม และมีใบหน้าหยาบกร้านขึ้นมากแล้ว จึงอยากหาทางรักษาฝ้าเหล่านี้ให้ออกไปจากใบหน้าให้เร็วที่สุด

วิธีรักษาฝ้าด้วยตนเอง จากวิธีธรรมชาติ

มารักษาฝ้าจากวัตถุดิบธรรมชาติที่หาได้จากรอบตัวกันดีกว่า แม้แต่ผู้ที่ไม่ค่อยได้ดูแลตัวเอง ก็สามารถนำไปทำตามกันได้ทันที

ว่านหางจระเข้

รักษาฝ้าด้วยหนึ่งในสมุนไพรไทย นำมาดูแลฟื้นฟูผิวได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยคุณจะใช้ว่านหางจระเข้สด หรือจะใช้เป็นผลิตภัณฑ์เจลว่านหางจระเข้ก็ได้ แต่ขอแนะนำผลิตภัณฑ์ที่ไม่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์ หรือมีกลิ่นน้ำหอมรุนแรงมากจนเกินไปนักเพราะผิวที่มีฝ้านั้น ส่วนใหญ่จะเป็นผิวที่มีลักษณะอักเสบง่ายอยู่แล้ว ถ้าคุณยิ่งใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีน้ำหอมแรง หรือมีส่วนผสมของแอลกอฮอล์ ก็จะทำให้ใบหน้าแห้ง กระด้างมากขึ้นกว่าเดิมไปอีก และอาจทำให้หน้าลอกแห้งกว่าเดิมได้

ถ้าคุณเลือกใช้ใบสด ให้นำมีดที่มีความคมมาเลาะตัดใบที่คุณต้องการให้เรียบ ปลอกเปลือกเขียวออกให้เกลี้ยง นำส่วนที่เป็นวุ้นไปล้างน้ำสะอาด เพื่อกำจัดเมือกส่วนเกิน และช่วยลดกลิ่นเหม็นเขียว ต่อมานำมาสับ หรือบี้ให้เละนำมาพอกหน้าทิ้งไว้ ประมาณ 20 – 30 น. แต่ถ้าคุณเลือกใช้เป็นเจลว่านหางจระเข้ ก็สามารถนำมาพอกหน้าได้เลย สำหรับวุ้นของว่านหางจระเข้นี้ มีความชุ่มชื้นสูง มีความอ่อนโยน ทำให้หลาย ๆ ผลิตภัณฑ์ นำวุ้นของว่านหางจระเข้มาสร้างผลิตภัณฑ์ที่ช่วยปรนนิบัติผิวหลังจากที่เพิ่งออกแดดจัด เพราะจะช่วยบรรเทาอาการเจ็บแสบปวดร้อน จากการที่ผิวสัมผัสกับแสงแดดเป็นระยะเวลานานได้ดี อีกทั้งยังช่วยทำให้ผิวเกิดความชุ่มชื่นไม่แห้งกรอบ ช่วยลดความเจ็บปวดได้เป็นอย่างมาก อีกทั้งยังทำให้ผิวที่เกิดใหม่มีความชุ่มชื้น อิ่มน้ำ แนะนำให้คุณพอกหน้าด้วยว่านหางจระเข้นี้ สัปดาห์ละ 2 ครั้ง ก็จะช่วยทำให้ผิวที่มีความหยาบกร้าน จากการเป็นฝ้าหนาค่อย ๆ อ่อนนุ่มลงและเป็นอีกวิธีรักษาฝ้าที่ใช้ได้ผลอย่างดีเยี่ยม

ไข่ขาว

คุณผู้อ่านอาจเคยได้ยินเรื่องการนำไข่ขาวมาลอกสิวเสี้ยนบริเวณจมูกมากันบ้าง เพราะว่าไข่ขาวนี้เมื่อแห้งแล้วจะมีความเหนียว และแข็ง สามารถดึงสิ่งสกปรกออกมาได้ดี โดยในช่วงที่ไข่ขาวยังคงเป็นน้ำอยู่ ก็จะแทรกตัวเข้าไปในรูขุมขนต่าง ๆ ทำให้เวลาดึงสิ่งสกปรกออกมามีความเกลี้ยง ทำให้ผิวหน้าสัมผัสได้ถึงความสะอาดอย่างแท้จริง เพราะฉะนั้นวิธีรักษาฝ้าก็สามารถนำไข่ขาวมาประยุกต์ใช้ได้ด้วยเช่นเดียวกัน เพียงแต่ว่าข้อเสียก็คือ อาจจะมีกลิ่นคาวบ้างเพียงเล็กน้อย

ให้คุณนำไข่ขาวมาทาให้ทั่วบริเวณใบหน้า แต่เน้นให้หนา ๆ เพราะว่าสิ่งสกปรก หรือผิวที่ตายแล้ว จะได้ลอกออกมาได้อย่างเกลี้ยงเกลา หลังจากนั้นให้คุณรอไข่ขาวเซ็ทตัวสักครู่ เมื่อไข่ขาวเริ่มซึมเข้าไปในผิวหน้าแล้ว หน้าเปียกเพียงหมาด ๆ หลังจากนั้นให้คุณนำกระดาษซับมันมาแปะให้ทั่วบริเวณใบหน้า พร้อมรอให้ใบหน้าแห้งสนิทแล้วค่อย ๆ ลอกกระดาษซับมันออกมาจนครบ และให้ดึงจากล่างขึ้นบนเท่านั้น เพราะถ้าดึงจากบนลงล่าง จะยิ่งเป็นการเร่งทำให้หน้าเหี่ยวเร็วขึ้น สำหรับวิธีรักษาฝ้านี้จะช่วยดึงสิ่งสกปรกต่าง ๆ ได้อย่างล้ำลึก รวมทั้งฝ้าที่แห้งแล้ว ให้ออกมาเร็วยิ่งขึ้น พร้อมเผยผิวใหม่ได้อย่างมั่นใจ

พอกหน้าด้วยน้ำมะขามเปียก

เมื่อพูดถึงน้ำมะขามเปียกแล้ว นอกจากจะนำมาทำเป็นส่วนผสมของอาหารแสนอร่อยหลากเมนู ก็ยังเป็นอีกหนึ่งองค์ประกอบที่นำมาใช้ในเรื่องของความสวยความงาม ได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยตั้งแต่สมัยโบราณของไทย ผู้หญิงนิยมใช้น้ำมะขามเปียก กับขมิ้นในการขัดผิว เพื่อทำให้ผิวขาวขึ้น เพิ่มความกระจ่างใส ลดรอยเลือนจุดด่างดำ รักษาฝ้าต่าง ๆ ในมะขามมีกรด AHA ใช้ได้ทั้งกับผิวกาย และผิวหน้า ช่วยกระตุ้นให้เกิดเซลล์ผิวใหม่ที่สวยงามขึ้นมา

สำหรับสูตรรักษาฝ้าพอกหน้าด้วยน้ำมะขามเปียกนี้ คุณสามารถพอกได้แบบเพียว ๆ เริ่มจากนำมะขามเปียกมาขยำในน้ำอุ่น ซึ่งจะช่วยทำให้มะขามเปียกอ่อนนุ่ม คั้นน้ำออกมาได้ดียิ่งขึ้น พร้อมทั้งนำกาก และเม็ดออกให้หมด จนเหลือแต่น้ำมะขามเปียกที่มีความเข้มข้น หลังจากนั้นก็นำมาพอกหน้าได้เลย

วิธีรักษาฝ้านี้ เราขอแนะนำให้คุณทำในช่วงที่คุณจะอาบน้ำก่อนเข้านอน และอย่าทำในช่วงที่เพิ่งกลับมาจากบ้านโดยที่คุณเพิ่งไปตากแดดจัด ๆ มา เพราะว่าผิวของคุณกำลังอมความร้อนอยู่ภายใน และมีสภาพที่อ่อนแอถ้าคุณรีบนำน้ำมะขามเปียกนี้ไปพอก จะอาจจะทำให้ใบหน้าอักเสบมากขึ้น และแนะนำให้ทำสัปดาห์ละ 2 ครั้งก็พอแล้ว

วิธีรักษาฝ้าเร็วอย่างเป็นธรรมชาติ ต้องควบคู่ทั้งภายใน และภายนอก

วิธีการรักษาฝ้าที่ถูกต้อง จำเป็นที่จะต้องบำรุงจากทั้งภายนอก และภายใน ผสมผสานไปพร้อม ๆ กัน เพื่อให้ผลลัพธ์ออกมาดี และเห็นผลได้อย่างรวดเร็วขึ้น เนื่องจากคุณจะใช้วิธีหยุดรักษาฝ้าจากภายนอก ตามที่เราได้กล่าวไว้ในข้างต้นแล้วขอแนะนำให้คุณรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ อุดมไปด้วยวิตามินซีสูง วิตามินอีสูง รวมทั้งอาหารที่มีคอลลาเจนสูงเช่น ส้ม, สัปปะรด, เมล็ดทานตะวัน ปลาทะเลน้ำลึก เป็นต้น

คุณกินเช่นไร ผิวของคุณก็เป็นเช่นนั้น วิธีการรักษาฝ้าจากภายในนี้ จะเป็นการบำรุงผิวจากภายใน สู่ภายนอก โดยวิตามินซีจะช่วยทำให้ผิวกระจ่างใส ส่วนวิตามินอีก็จะช่วยในเรื่องของการกำจัดปัญหาผิวที่ไม่พึงปรารถนาต่าง ๆ เช่น ริ้วรอยเล็ก ๆ หรือผิวที่ไม่เรียบเนียน เป็นต้น ส่วนรับประทานคอลลาเจนก็จะช่วยเสริมสร้าง ทำให้ใบหน้า ตลอดจนผิวกายนั้นมีความเรียบเนียน เด้งใส เหมือนกับผิวของทารกแรกเกิด ซึ่งก็จะช่วยทำให้การรักษากระฝ้านั้นมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

รักษาฝ้า หายได้ แต่ต้องเข้าใจ

คุณผู้อ่านต้องทำความเข้าใจเสียก่อนว่า การรักษาฝ้านั้นสามารถรักษาได้ด้วยตัวเอง แต่ก็จะใช้เวลาระยะเวลายาวนานกว่า ผู้ที่ทำหัตถการ เช่น เลเซอร์ หรือลอกหน้าด้วยกรด เป็นต้น ซึ่งเป็นการทำหัตถการที่ต้องกระทำโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ในสถานพยาบาลที่ได้รับอนุญาตเท่านั้น และมักมีราคาสูง ผู้เข้ารับบริการบางรายต้องทำการรักษาหลายรอบ สำหรับวิธีรักษาฝ้าด้วยตัวเองนี้ จำเป็นต้องทำอย่างต่อเนื่อง มีความอดทนใจเย็น และเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่ไม่มีส่วนประกอบของสารเคมีกัดหน้าอย่างรุนแรงจนเกินไปนัก เพราะอาจจะทำให้ใบหน้านั้นอักเสบ เกิดสิว หรือเกิดความหมองคล้ำที่มีสีเข้มมากขึ้นกว่าเดิม

เป็นอย่างไรกันบ้างค่ะ สำหรับวิธีรักษาฝ้าด้วยตัวเองแบบง่าย ๆ จากสิ่งของที่อยู่รอบตัว ซึ่งคุณสามารถนำไปปรับใช้กันได้ตั้งแต่วันนี้เลย เพราะยิ่งคุณเริ่มรักษาฝ้าเร็วเท่าไหร่ ก็จะยิ่งหายเร็วมากขึ้นเท่านั้น สำหรับวิธีธรรมชาติเหล่า ช่วยรักษาฝ้าแบบไม่เจ็บตัว และมีราคาย่อมเยา นอกจากนี้ให้คุณเริ่มทาครีมกันแดดไปด้วยทันที เพื่อปกป้องผิวไม่ให้ฝ้ากลับมาเกิดซ้ำ เลือกครีมกันแดดที่มีค่า SPF50 ขึ้นไป PA+++ ถึงจะช่วยปกป้องผิวได้อย่างมีประสิทธิภาพ

อ่านบทความ thermage