ครีมรักษาฝ้า ที่เหมาะสมนั้น เป็นอย่างไร

เมื่อพูดถึงฝ้าแล้ว แน่นอนว่าเป็นหนึ่งในปัญหาผิวพรรณที่ไม่พึงประสงค์ เพราะว่าเมื่อฝ้าเกิดขึ้นมาแล้ว เป็นปัญหาที่กำจัดได้ยากมาก และใช้เวลาค่อนข้างนาน ในระหว่างที่ฝ้ายังคงปรากฏอยู่บนใบหน้า ทำให้หลาย ๆ คนเกิดความไม่มั่นใจ เพราะจะแต่งหน้ากลบก็ปิดไม่มิด ถ้าจะปิดให้มิด ก็จะต้องแต่งหน้าหนาเตอะ เวลายิ้ม หรือแสดงอารมณ์ที แป้งก็ตกร่องก่อให้เกิดริ้วรอยที่ไม่พึงประสงค์ขึ้นมาตามไปอีก เพราะฉะนั้นการรักษาฝ้าต้องใช้เวลา คุณเองก็ต้องเข้าใจในจุดนี้ พยายามเลือกครีมรักษาฝ้าที่มีคุณภาพ ถึงแม้ว่าจะหายช้าหน่อย แต่ก็รับรองในเรื่องของความปลอดภัยอย่างแน่นอน

ครีมรักษาฝ้า ที่ดีต้องมีส่วนผสมของอะไรบ้าง?

  1. การรักษาฝ้าด้วยผลิตภัณฑ์ไวท์เทนนิ่ง สำหรับวิธีนี้เป็นวิธีรักษาที่ง่ายที่สุด หากแต่เหมาะกับนำมารักษาฝ้าที่เพิ่งเกิดขึ้นมาเท่านั้น ถ้าคุณเป็นฝ้านานแล้ว ฝ้าเกาะตัวหนา มีสีเข้ม วิธีรักษานี้ก็จะไม่ได้ผลดีเท่าที่ควร และวิธีนี้คุณจะต้องทาเป็นประจำทุกวันอย่าให้ขาด แล้วคุณจะพบผลลัพธ์ได้ในระยะเวลา 1-2 เดือน และเห็นผลลัพธ์เต็มที่ ในช่วง 6 เดือนเป็นต้นไป แต่ถ้าฝ้าของคุณนั้นมีความลึก หนา สีเข้ม กระจายอยู่ตัวอยู่ทั่วใบหน้า คุณจำเป็นที่จะต้องใช้ครีมรักษาฝ้า ที่มีความเข้มข้นมากกว่านี้
  2. ครีมรักษาฝ้าประเภทไฮโดรควิโนน เป็นครีมมีความเข้มข้นมาก เพราะฉะนั้นคุณหมอจะแนะนำ ให้กับผู้ที่มีปัญหาฝ้าหนัก ๆ เป็นส่วนใหญ่ โดยมีคุณสมบัติช่วยยับยั้งการสร้างเม็ดสีผิว รวมทั้งยังช่วยทำลายเม็ดสีผิวที่มีความเข้มใต้ชั้นผิวหนังได้เป็นอย่างดี หากแต่อย่างไรก็ตาม ข้อควรระวัง คือ ครีมรักษาฝ้าประเภทนี้มีความรุนแรงมากเพราะฉะนั้นคุณจะต้องใช้ให้ถูกวิธี ถ้าคุณใช้มากเกินไปหรือทำไม่ถูกวิธี ก็จะก่อให้เกิดอาการระคายเคืองผิว แสบร้อน บวมแดง หรือผิวหน้าลอกได้เพราะฉะนั้น คุณจำเป็นที่จะต้องปรึกษาคุณหมอ และนำมาทาตามที่คุณหมอแนะนำอย่างไม่ขาดตกบกพร่อง เพื่อความปลอดภัยในระดับสูงสุด
  3. ครีมรักษาฝ้าที่มีส่วนผสมของวิตามินอี สำหรับยาทาประเภทนี้ จะช่วยเร่งการผลัดเซลล์ผิวชั้นบน หรือชั้นนอกทำให้ฝ้าที่เกาะตัวอยู่ผิวชั้นนอกนั้น แลดูจางลงได้อย่างเห็นได้ชัด แต่อย่างไรก็ตามคุณควรที่จะต้องทาอย่างต่อเนื่อง และจะเห็นผลตั้งแต่ 6 เดือนขึ้นไป ถึงจะเห็นผลได้อย่างชัดเจน นอกจากนี้คุณยังต้องระวังให้มาก เพราะครีมรักษาฝ้าประเภทนี้จะทำให้ผิวหนังของคุณ มีความบางลง และทำให้ผิวมีสภาพไวต่อแสง เพราะฉะนั้นคุณต้องหลีกเลี่ยงแสงแดดให้ดีที่สุด
  4. ครีมรักษาฝ้าด้วยผลิตภัณฑ์ทาหน้าประเภททั่วไป เช่น ครีมที่มีส่วนผสมของวิตามินซี, อาร์บูติน, สารสกัดจากถั่วเหลือง เป็นต้น สำหรับการใช้ผลิตภัณฑ์ประเภทนี้ คุณหมอให้การรับรองว่าเป็นการรักษาฝ้าแบบถูกวิธี สามารถทำได้ด้วยตัวเองที่บ้าน อีกทั้งยังเป็นวิธีที่มีความปลอดภัยมากที่สุด เพราะว่าปลอดจากสารเคมีอันตรายต่าง ๆ มีสารที่ทำให้เกิดระคายเคืองต่ำ แต่ก็แน่นอนว่าเป็นวิธีที่เห็นผลช้า แต่ถ้าคุณมองในระยะยาว วิธีนี้ก็จะช่วยทำให้ฝ้าทั้งหนานั้นหายไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งจะทำให้ผิวหน้าของคุณมีความนุ่ม ชุ่มชื่น ขึ้น และผิวหน้าแลดูกระจ่างใสมากยิ่งขึ้น
  5. ครีมรักษาฝ้าจะได้ผลดี ถ้าใช้คู่กับครีมกันแดด ถ้าคุณต้องการที่จะรักษาฝ้าให้เห็นผลอย่างยั่งยืน นอกจากการที่คุณจะหาผลิตภัณฑ์ครีมรักษาฝ้าต่าง ๆ มาบำรุงผิวแล้ว คุณยังจะต้องหาวิธีป้องกันเพื่อไม่ให้ฝ้านั้นกลับมาเป็นซ้ำอีกครั้ง หรือในระหว่างกระบวนการรักษาคุณ คุณก็จะต้องปกป้องผิวของตัวเองไปพร้อม ๆ กันด้วย เนื่องจากว่าฝ้าส่วนใหญ่ที่เกิดขึ้นกับคนไทยนั้น จัดอยู่ในประเภทฝ้าแดด เพราะอย่างที่คุณรู้ว่า แสงแดดในประเทศไทยนั้นมีความรุนแรง และร้อนเกือบตลอดทั้งปี ทำให้หลาย ๆ คน ที่ไม่ค่อยใส่ใจในการปกป้องผิวจากแสงแดดมากนัก ก็จะทำให้เกิดฝ้าขึ้นมาอย่างไม่รู้ตัวเลยทีเดียว

ครีมรักษาฝ้าที่ดี จะต้องมีความปลอดภัย

ความปลอดภัยจะต้องมาเป็นอันดับ 1 ไม่ว่าคุณจะเลือกใช้ครีมทาฝ้า หรือผลิตภัณฑ์ประเภทใดก็ตาม โดยมีวิธีตรวจเช็คง่าย ๆ ดังนี้

ตรวจฉลาก อย.

ไม่ว่าคุณจะเลือกครีมรักษาฝ้าประเภทใดก็ตาม คุณจะต้องตรวจสอบฉลากผลิตภัณฑ์ทุกครั้งว่า มีความน่าเชื่อถือหรือไม่และที่สำคัญจะต้องมีฉลาก อย. กำกับ เห็นได้อย่างชัดเจน เพราะทุกผลิตภัณฑ์ในประเทศไทย ไม่ว่าจะเป็นผลิตภัณฑ์ที่สร้างขึ้นในประเทศไทยเอง หรือผลิตภัณฑ์ที่นำเข้ามาจากต่างประเทศ ล้วนต้องผ่านการตรวจสอบของ อย. ทั้งสิ้น ว่าจะเป็นการตรวจตราสารที่ผสมเข้ามามีความอันตรายหรือไม่ บรรจุภัณฑ์มีความแข็งแรง เหมาะสมหรือเปล่า เพื่อที่จะไม่ทำให้เกิดปัญหาตามมานั่นเอง เพราะฉะนั้นต่อให้มีคนนำครีมรักษาฝ้านั้นมาขายคุณ และเขาบรรยายสรรพคุณเลิศเลอเพียงใด แต่ถ้าไม่มีเลขที่อย. แล้วขอแนะนำอย่าให้เสี่ยงจะดีกว่า

แต่ถึงผลิตภัณฑ์ตัวนั้น จะมีเลข อย. ปรากฏอยู่จริง แต่เราก็ไม่ขอให้คุณนิ่งนอนใจ เพราะว่าอาจเป็น อย.สวม หรือการลักลอบนำเลข อย. ของผลิตภัณฑ์อื่นมาใส่เป็นของตัวเอง แนะนำให้คุณนำเลขที่อย. นั้นไปตรวจสอบในเว็บไซต์ขององค์การอาหารและยาโดยตรงจะดีกว่า โดยตรวจสอบว่าเลขที่จดแจ้งนั้น ตรงชื่อกับผลิตภัณฑ์ที่คุณซื้อมาหรือไม่ และมีคุณสมบัติตรงตามที่โฆษณาหรือเปล่า ถ้าปัจจัยในส่วนนี้ผ่าน ก็จะเป็นอีกหนึ่งส่วนที่คุณวางใจได้แล้ว

อ่านฉลากผลิตภัณฑ์อย่างครบถ้วน

ส่วนใหญ่แล้วครีมรักษาฝ้า จะมีส่วนผสมที่มีความเข้มข้นบางตัวใส่เพิ่มเติมเข้ามาด้วย เพราะฉะนั้นบางผลิตภัณฑ์อาจจะมีวิธีทาที่แตกต่างจากครีมปกติทั่วไป เช่น แนะนำให้ทาเวลากลางคืนเท่านั้น หรือทาวันเว้นวัน ผลิตภัณฑ์บางตัวอาจกำหนดปริมาณการใช้ว่ามากเท่าไหร่ หรือน้อยเท่าไหร่ และอื่น ๆ เพราะฉะนั้นถ้าคุณศึกษาไม่ดีพอ ครีมรักษาฝ้าตัวนั้นก็อาจจะส่งผลเสียที่เลวร้ายตามมาก็เป็นได้ แน่นอนว่ารวมถึงการมาร์คหน้า ขัดหน้าต่าง ๆ ด้วย ควรทำในปริมาณที่พอดี อย่าใจร้อนเพื่อที่จะทำให้ได้เห็นผลเร็ว ๆ เช่น คุณมาร์คหน้าด้วยน้ำมะนาว ซึ่งมีกรด AHA ช่วยผลัดเซลล์ผิวชั้นนอกได้ ควรทำเพียงแค่ 2 ครั้งต่อสัปดาห์ และในแต่ล่ะครั้งไม่ควรมาร์คเกิน 15 นาที ถ้าคุณทิ้งนำมะนาวไว้บนหน้านาน เพราะหวังให้ช่วยกัดฝ้าออก อาจส่งผลเสียทำให้ผิวบาง ผิวลอก ผิวอักเสบกว่าเดิมได้ 

ทดสอบอาการแพ้

ก่อนที่คุณจะนำครีมรักษาฝ้า หรือไม่ว่าจะเป็นครีมประเภทใด ๆ ก็ตาม มาทาลงบนใบหน้า ที่มีความบอบบาง กันไว้ดีกว่าแก้คุณจำเป็นที่จะต้องทดสอบก่อน ด้วยการนำครีมนั้นมาทาที่บริเวณด้านหลังใบหู หรือทาบริเวณข้อพับ เพราะว่าผิวในส่วนนี้ เป็นส่วนที่มีความบอบบางค่อนข้างสูง ใกล้เคียงกับใบหน้ามาก ให้คุณทาทิ้งไว้เป็นเวลา 1 คืน ถ้าคุณตื่นเช้ามาแล้วพบว่าผิวในส่วน ไม่ผิดปกติ ไม่มีรอยแดง แสบ ลอก เป็นขุย ตามมา คุณก็สามารถนำมาทางรักษาฝ้าบนใบหน้าได้เลย

สิ่งที่เราอยากจะย้ำให้คุณเข้าใจเป็นสิ่งสุดท้าย ก็คือ การรักษาฝ้าเป็นการรักษาที่ต้องใช้เวลา เนื่องจากฝ้านั้นได้ทำการก่อตัว และฝังแน่นอยู่บนผิวหน้าของคุณ คุณสามารถหายจากปัญหาอันแสนกังวลใจนี้ได้ เพียงต้องใจเย็น ๆและทำความเข้าใจกับสิ่งที่คุณเป็นอยู่ อย่าพยายามใช้ทางลัด อย่างการเลือกใช้ครีมทาฝ้า ที่มีส่วนผสมของสารอันตรายและไม่สามารถตรวจสอบได้ เพราะครีมตัวนั้นอาจจะได้ผลจริงในระยะเวลาอันสั้น เนื่องจากผู้ผลิตได้ผสมสารอันตรายเข้าไปเยอะ แต่คุณเชื่อเถอะว่า ผลลัพธ์นั้นจะอยู่ได้เพียงแค่ไม่กี่วัน หรือไม่กี่อาทิตย์เท่านั้น หลังจากนั้นผลร้ายก็จะเกิดขึ้นตามมา ไม่ว่าจะเป็นหน้าพัง หน้ามีสิวสเตียรอยด์ขึ้น หน้าดำคล้ำกว่าเดิม ผิวหน้ามีลักษณะเป็นปื้นหนา ซึ่งนอกจากการรักษาที่ต้องใช้เงินจำนวนมากแล้ว คุณยังจะต้องพบกับความเจ็บปวดอย่างทรมาน อีกทั้งแน่นอนว่าจะรักษาหายยากกว่าฝ้าที่มีคุณมีอยู่เยอะมาก เพราะฉะนั้นคุณต้องมีสติในการบำรุงผิวหน้าด้วยนะคะ

อ่านบทความ ulthera