ขนคุดคืออะไร ลักษณะของขนคุดเป็นอย่างไร สาเหตุและวิธีการรักษา

ขนคุด หรือชื่อภาษาอังกฤษเรียกว่า Kerotosis Pilaris คือลักษณะอาการของผิวหนังที่มีการอุดตันของรูขุมขน ทำให้บริเวณผิวหนังที่มีการอุดตันของรูขุมขนบวมเป็นตุ่มนูนขึ้น ซึ่งขนคุดนั้นไม่มีอันตรายต่อร่างกายใด ๆ แต่อาจเกิดความรู้สึกสาก ๆ และไม่สบายตัวของผิวหนังได้ ขนคุดส่วนใหญ่สามารถเกิดขึ้นได้ทั่วร่างกาย โดยเฉพาะบริเวณต้นขา หน้าแข้ง เป็นต้น คนที่มีอาการขนคุดโดยเฉพาะกับผู้หญิงแล้วนั้นมักทำให้สูญเสียความมั่นใจได้ อาจมีผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวันได้

สาเหตุที่ทำให้เกิดขนคุด

สาเหตุหลักของขนคุดเกิดจากสารเคราติน (Keratin) ซึ่งเป็นโปรตีนที่คอยทำหน้าที่ปกป้องเซลล์ผิวหนังต่าง ๆ ทั่วร่างกายไม่ให้โดนทำลาย เคราตินเป็นสาระสำคัญที่พบได้ตามผิวหนัง เส้นผมและเล็บ เคราตินยังช่วยปกป้องผิวหนังไม่ให้โดนรังสียูวีจากแสงแดดที่เป็นศัตรูสำคัญของผิวหนังอีกด้วย ซึ่งขนคุดเกิดจากการความผิดปกติในการสะสมของสารเคราติน ซึ่งผลิตออกมามากเกินไป จนทำให้ผิวหนังเราเคลือบด้วยสารเคราตินหนาขึ้นเป็นชั้น ๆ ทำให้เกิดการอุดตันรูขุมขน ขนในบริเวณนั้นก็จะไม่สามารถงอกขึ้นมาได้เพราะผิวหนังมีสารเคราตินเคลือบหนามาก ขนบนผิวหนังเราจึงไม่สามารถแทรกขึ้นมาบนผิวหนังได้ หรือทำให้ขนแทรกขึ้นมาไม่เต็มที่ ทำให้เกิดเป็นตุ่มนูนที่เราเรียกกันว่าขนคุดนั่นเอง

ปัจจุบันยังไม่มีการทราบถึงสาเหตุที่แน่ชัดว่าทำไมร่างกายจึงเกิดความผิดปกติในการสร้างเคราตินขึ้นมา มีข้อสงสัยที่ว่าเกิดจากสารบางประเภทต่าง ๆ อาจเป็นตัวที่ก่อให้เกิดการสร้างเคราตินมากเกินไป โรคผิวหนังต่าง ๆ ก็เป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดขนคุดได้อย่างเช่นโรคภูมิแพ้ผิวหนัง นอกจากนี้ขนคุดอาจเกิดจากพันธุกรรมได้อีกด้วย ขนคุดเกิดขึ้นได้บ่อยในกรณีที่มีการกำจัดขนบนผิวหนัง โดยเฉพาะสาว ๆ ที่มักมีการโกนขนตามขาและแขนของร่างกาย ทำให้เกิดขนคดได้ง่ายขึ้นเพราะเป็นการกระตุ้นให้ผิวหนังเกิดอาการระคายเคืองจนทำให้ขนคุดเกิดขึ้นได้ รวมไปถึงผิวแห้งก็ทำให้เกิดขนคุดได้ง่ายกว่าคนผิวปกติเช่นกัน

ลักษณะอาการของขนคุด

ขนคุดจะมีลักษณะเป็นตุ่มนูนสีเนื้อหรือสีดำขึ้นบนผิวหนังคล้ายกับหนังไก่ ส่วนใหญ่จะขึ้นในบริเวณตามท่อนแขน ต้นขา หน้าแข้งและก้น แต่ขนคุดที่นูนขึ้นจะไม่มีอาการเจ็บหรืออาการคันใด ๆ เกิดขึ้น ผิวหนังบริเวณที่เกิดขนคุดขึ้นจะมีลักษณะไม่เรียบเนียน มีความแห้งและหยาบกร้านมากเป็นพิเศษ เวลาสัมผัสกับผิวหนังที่เกิดขนคุดจะมีความรู้สึกว่าผิวหนังมีความขรุขระ ไม่เรียบเนียน ขนคุดจะเกิดได้มากขึ้นในกรณีที่ผิวหนังแห้งมากขึ้น โดยเฉพาะในช่วงฤดูหนาวซึ่งเป็นช่วงที่อากาศมีความชื้นน้อยส่งผลให้ผิวหนังขาดความชุ่มชื้นได้ ถึงแม้ว่าขนคุดจะไม่ส่งผลกระทบต่อปัญหาสุขภาพร่างกาย แต่อาจทำให้เกิดความรำคาญและรู้สึกไม่สบายตัวเวลาสัมผัสกับขนคุดได้ สาว ๆ หลายคนอาจเกิดความไม่มั่นใจในการแต่งกายที่จำเป็นต้องเปิดเผยผิวหนัง ตรงนี้ก็อาจเป็นการเสียโอกาสในหลาย ๆ เรื่องได้ ขนคุดที่มีสีดำจะทำให้ผิวหนังของเราดูลายและไม่สวยงามนั่นเอง

วิธีการรักษาขนคุด

  1. การเลเซอร์รักษาขนคุด เป็นการใช้เทคนิคของเลเซอร์กำจัดขน ซึ่งสามารถนำมาใช้ในการรักษาขนคุดได้เช่นกัน โดยเลเซอร์กำจัดขนจะเป็นการส่งพลังงานแสงสูงตรงเข้าไปยังรากขน ทำให้รากขนเกิดการฝ่อตัวลง ทำให้ขนบนผิวหนังเราไม่งอกขึ้นมาอีกเลย และการใช้เลเซอร์กำจัดขนก็ช่วยแก้ปัญหาขนคุดได้เป็นอย่างดี เพราะจะทำใช้ขนคุดที่กำลังขึ้นมานั้นฝ่อตัวลง ทำให้ผิวหนงที่เป็นตุ่มนูนจากขนคุดนั้นสามารถยุบลงไปได้ ทำให้ได้ผิวที่เรียบเนียนและไร้ขนอีกด้วย ข้อเสียคือราคาค่อนข้างสูง แต่ข้อดีคือเห็นผลได้รวดเร็ว
  2. การทำ IPL รักษาขนคุด IPL (Intense Pulsed Light) เป็นเลเซอร์อีกชนิดหนึ่งที่ช่วยรักษาขนคุดได้เช่นกัน นอกจาก IPL จะช่วยแก้ปัญหาสิวอักเสบและรูขุมขนบนใบหน้าได้แล้ว ยังช่วยรักษาขนคุดได้ แต่การใช้ IPL รักษาขนคุดนั้นอาจไม่ได้ผลเสมอไป ขึ้นอยู่กับอาการและความรุนแรงของบุคคล แต่แน่นอนว่าช่วยลดรอยแดงที่เกิดตามผิวหนังเพราะขนคุดได้แน่นอน
  3. การทายาลดขนคุด การใช้ยาที่มีส่วนผสมของสารที่ช่วยผลัดเซลล์ผิวหนังก็ช่วยบรรเทาขนคุดลงได้ เช่น AHA, BHA กรดซาลิไซลิก เป็นต้น ซึ่งส่วนใหญ่มักจะผสมในตัวยารักษาสิวหรือยาละลายหัวสิว ซึ่งตัวยาเหล่านี้มีคุณสมบัติช่วยผลัดเซลล์ผิวที่ตายแล้วออก ทำให้ผิวหนังบริเวณที่เกิดการสะสมของเคราตินหลุดหรือละลายออกไปได้ง่ายและยังช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้แก่ผิวหนัง ทำให้ผิวหนังไม่หยาบกร้านและกลับมาเรียบเนียนได้เหมือนเดิม
  4. การถอนขนคุด การถอนขนคุดนั้นใช้ได้ในกรณีที่มีเส้นขนโผล่ขึ้นมาบนผิวหนังเล็กน้อย เป็นขนคุดที่มีลักษณะของตุ่มนูนและมีจุดสีดำของเส้นขนตรงกลางโผล่ขึ้นมาน้อยมากถึงน้อยที่สุด การใช้แหนบค่อย ๆ หนีบดึงขนคุดออกมาก็ช่วยให้ขนคุดหายได้ เมื่อเราดึงขนบริเวณนั้นออกแล้วจะหลงเหลือตุ่มนูนเพียงอย่างเดียว สามารถกดหรือบีบก้อนไขมันนั้นออกมาได้ ทำให้ตุ่มนูนนั้นยุบลงหายไปในที่สุด แต่ต้องระมัดระวังในการบีบขนคุดเพราะหากออกแรงบีบหรือกดมากจนเกินไป อาจทำให้เกิดการอักเสบหรือระคายเคืองได้ ทำให้ทิ้งรอยดำไว้บนผิวหนัง แนะนำให้ใช้สำลีหรือคอตตอนบัดกดเบา ๆ ก็เพียงพอแล้ว
  5. ขัดผิวและสครับผิวเป็นประจำ การสครับผิวเป็นการทำความสะอาดผิวหนังของเราได้เป็นอย่างดี ปกติแล้วผิวหนังของเราจะมีการผลัดเซลล์ผิวที่ตายแล้วออกในทุก ๆ วันและเซลล์ผิวหนังที่ตายแล้วนั้นไม่ได้หายไปไหน แต่จะเกาะอยู่บนผิวหนังของเรา ทำให้เกิดเป็นสิ่งสกปรกและเกิดการอุดตันรูขุมขนอย่างขนคุดหรือสิวอุดตันได้ง่าย การสครับผิวเป็นการเอาเซลล์ผิวหนังที่ตายแล้วของเราออก เผยผิวหนังที่สะอาดและง่ายต่อการบำรุง โดยเลือกสครับผิวด้วยอุปกรณ์ธรรมชาติอย่างใยบวบหรือฟองน้ำขัดผิวก็ได้ หรือจะใช้เป็นเกลือขัดผิวผสมมะนาว มะขามเปียก ขมิ้น น้ำผึ้งและส่วนผสมอื่น ๆ ตามธรรมชาติก็ช่วยลดการเกิดขนคุดได้ นอกจากนี้ยังช่วยให้ผิวหนังเราเนียนนุ่นมและขาวกระจ่างใสอีกด้วย แนะนำว่าให้ทำการสครับผิวเป็นประจำอย่างน้อยอาทิตย์ละหนึ่งครั้งเพื่อขจัดสิ่งสกปรกที่ติดบนผิวหนังออก ในกรณีของขนคุดที่เป็นอยู่แล้ว การสครับผิวอาจไม่เห็นผลได้ในทันทีเหมือนกับการทำเลเซอร์

แนวทางการป้องกันการเกิดขนคุด

การป้องกันขนคุดเบื้องต้นคือการหลีกเลี่ยงการทำให้ผิวหนังเกิดการอุดตันนั่นเอง โดยเฉพาะคนที่มีผิวมันให้หลีกเลี่ยงการใช้สารบำรุงผิวจำพวกน้ำมันบำรุงผิวต่าง ๆ เพราะจะเป็นการอุดตันรูขุมขนมากเกินไป อย่าพยายามแคะ แกะหรือเกาบริเวณขนคุดโดยเด็ดขาด เพราะอาจเกิดรอยแดงหรือทิ้งรอยแผลเป็นด่างดำให้เราได้ สำหรับคนที่มีผิวหนังก็หมั่นบำรุงผิวให้ชุ่มชื้นอยู่เสมอ การอาบน้ำอุ่นมาก ๆ ก็ทำให้ผิวหนังเราแห้งได้เช่นกันเพราะน้ำร้อนหรือน้ำอุ่นจะทำให้ไขมันที่เกาะบริเวณผิวหนังเราสลายหายไปได้ง่ายมาก ทำให้ผิวหนังขาดความชุ่มชื้นและเกิดเป็นขนคุดได้ การสครับผิวเป็นประจำก็ช่วยลดโอกาสการเกิดขนคุดได้ ถ้าคนที่มีขนคุดอยู่แล้วก็ช่วยป้องกันไม่ให้ขนคุดเพิ่มขึ้นมาอีกได้ ถ้าต้องการให้ขนคุดหายขาดจริง ๆ ก็สามารถเข้ารับการปรึกษาจากแพทย์ผู้ที่มีความเชี่ยวชาญทางด้านผิวหนังเพื่อเป็นแนวทางและการรักษาได้อย่างถูกต้องและตรงจุด