กลิ่นตัวแรงเกิดจากอะไร ทำอย่างไรให้กลิ่นตัวลดลง

ทุก ๆ คนทั้งชายและหญิงล้วนมีกลิ่นตัวเป็นของตัวเอง ซึ่งเป็นเรื่องปกติที่ทุกคนจะมีกลิ่นตัว กลิ่นตัวจะมากหรือน้อยของแต่ละคนก็จะไม่เท่ากัน แต่กลิ่นตัวอันไม่พึงประสงค์มักก่อให้เกิดความรำคาญและสร้างความไม่มั่นใจในตนเองได้ ลองมาหาสาเหตุและการแก้ไขปัญหากลิ่นตัวของเรากันได้เลย

ทำไมคนเราถึงมีกลิ่นตัว

โดยปกติเหงื่อของมนุษย์จะไม่มีสีและกลิ่น แต่กลิ่นที่ไม่พึงประสงค์ที่ออกมานั้นเกิดจากแบคทีเรียที่อาศัยอยู่บนผิวหนังของร่างกาย แบคทีเรียจะสามารถอยู่รอดได้ในสภาพแวดล้อมที่ค่อนข้างชื้นหรือเปียก เมื่อร่างกายมีการหลั่งเหงื่อออกมา แบคทีเรียเหล่านี้ไปจะทำลายโปรตีนที่ถูกปล่อยออกมาพร้อมกับเหงื่อกลายเป็นกรด ดังนั้นกลิ่นตัวไม่ได้เกิดจากแบคทีเรียแต่เกิดจากสิ่งที่แบคทีเรียสร้างขึ้น

ต่อมเหงื่อกับการเกิดกลิ่นตัว

แบคทีเรียไม่ใช่ตัวการที่ทำให้เกิดกลิ่นตัวเพียงอย่างเดียว แต่ต่อมเหงื่อยังเป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่ส่งผลให้มีกลิ่นตัวไม่พึงประสงค์ได้ ในผิวหนังมนุษย์มีต่อมเหงื่อชนิดที่แตกต่างกัน ตัวอย่างเช่น

  1. Eccrine Gland เป็นต่อมเหงื่อที่พบได้ทุกส่วนตามผิวหนัง โดยต่อมเหงื่อชนิดนี้จะฝังตัวใต้ชั้นผิวหนังแท้และจะบีบของเหลวเช่น เหงื่อ ออกมาสู่ผิวหนังชั้นนอกโดยตรงผ่านท่อเล็ก ๆ ที่ทำหน้าที่เหมือนท่อระบายความร้อนให้กับร่างกาย จะช่วยลดอุณหภูมิของร่างกายได้ เหงื่อที่ถูกปล่อยออกมาจากต่อมเหงื่อชนิดนี้จะมีปริมาณของเกลืออยู่มาก ซึ่งเกลือพวกนี้จะไปรบกวนการทำงานของแบคทีเรีย ดังนั้นเหงื่อที่ปล่อยออกจากต่อมเหงื่อชนิดนี้จะมีกลิ่นน้อย
  2. Apocrine Gland ต่อมเหงื่อชนิดนี้จะพบในบางจุดของร่างกายเท่านั้น เช่น ใต้รักแร้ ขาหนีบและบริเวณจุดซ่อนเร้น เป็นต้น ต่อมเหงื่อชนิดนี้ไม่ได้ถูกสร้างให้มีหน้าที่ช่วยลดอุณหภูมิของร่างกายเหมือนกับ Eccrine Gland แต่มันทำหน้าที่เชื่อมต่อกับรากขนหรือรากผม เหงื่อบริเวณนี้จะมีการหลั่งออกมาเมื่อร่างกายมีอุณหภูมิสูงหรืออยู่ในสภาวะเครียดและวิตกกังวล ต่อมเหงื่อชนิดนี้เป็นตัวการสำคัญที่ก่อให้เกิดกลิ่นตัวที่ไม่พึงประสงค์เนื่องจากมันปล่อยโปรตีนจากร่างกายออกมาเป็นจำนวนมากซึ่งทำให้แบคทีเรียย่อยตามผิวหนังได้ย่อยโปรตีนและเกิดเป็นกรดซึ่งทำให้มีกลิ่นออกมา นี่เป็นสาเหตุที่ทำไมบริษัทต่าง ๆ จึงมีการสร้างผลิตภัณฑ์กำจัดกลิ่นกายตามบริเวณรักแร้ออกมาให้เลือกใช้มากมายและเหตุผลที่ว่าเด็กเล็ก ๆ มักไม่มีกลิ่นตัว เป็นเพราะยังไม่มีการพัฒนาขนตามบริเวณจุดซ่อนเร้นหรือขนรักแร้ แต่จะเริ่มมีกลิ่นตัวตอนเข้าสู่ช่วงวัยรุ่นนั่นเอง

ปัจจัยที่ก่อให้เกิดกลิ่นตัว

นอกจากต่อมเหงื่อบางชนิดและแบคทีเรียที่อาศัยอยู่บนผิวหนังแล้วยังมีปัจจัยอื่นที่สามารถก่อให้เกิดกลิ่นตัวที่ไม่พึงประสงค์ได้ ดังนี้

  1. คนที่มีน้ำหนักเยอะ คนที่มีน้ำหนักมากจะทำให้ผิวหนังเสียดสีกันได้ง่าย ซึ่งเป็นปัจจัยที่ก่อให้เกิดกลิ่นตัวได้ เนื่องจากการเสียดสีระหว่างผิวหนังทำให้เกิดการสะสมของแบคทีเรียและความชื้นทำให้เกิดการสร้างกรดจากแบคทีเรีย
  2. การกินอาหารรสเผ็ดหรือของที่มีกลิ่นฉุน การกินอาหารเหล่านี้ไม่ได้ส่งผลให้กลิ่นเหงื่อแรง แต่กลิ่นของอาหารเหล่านี้อาจติดตามผิวหนังได้ ทำให้มีกลิ่นตัวที่ไม่พึงประสงค์เกิดขึ้น
  3. โรคประจำตัวต่าง ๆ เช่น โรคเบาหวาน โรคไตและโรคตับสามารถเปลี่ยนกลิ่นตัวของคุณได้ ในบางกรณีกลิ่นของร่างกายสามารถใช้ในการบอกโรคบางโรคได้ เช่น ผู้ป่วยที่มีกลิ่นตัวคล้ายกลิ่นทะเลมักจะมีปัญหาสุขภาพในเรื่องของโรคไตหรือผู้ป่วยที่มีกลิ่นตัวคล้ายกลิ่นปัสสาวะมักมีปัญหาเกี่ยวกับโรคตับ เป็นต้น หากสังเกตได้ถึงกลิ่นตัวที่ผิดปกติควรไปพบแพทย์เพื่อวินิจฉัยหาโรคต่าง ๆ ได้
  4. ความเครียด ความเครียดมักจะทำให้ต่อมเหงื่อบางชนิดมีการทำงานตลอดเวลา ทำให้แบคทีเรียย่อยโปรตีนที่ถูกปล่อยออกมาจากต่อมเหงื่อชนิดนี้มีเยอะและทำให้เกิดกลิ่นตัวที่แรงได้
  5. พันธุกรรม บางคนมีกลิ่นตัวที่รุนแรงกว่าคนอื่นเป็นเพราะมีคนในครอบครัวมีกลิ่นตัวแรงเหมือนกัน
  6. สภาวะเหงื่อออกง่าย (Hyperhidrosis) คนที่มีเหงื่อออกง่ายทั่วทุกส่วนของร่างกาย รวมไปถึงบริเวณใต้รักแร้และจุดซ่อนเร้นด้วย ดังนั้นจึงก่อให้เกิดกลิ่นที่ไม่พึงประสงค์ตามมา

วิธีการลดกลิ่นตัว

กลิ่นตัวที่ไม่พึงประสงค์ทำให้เกิดความไม่มั่นใจและอาจมีปัญหากับคนรอบข้างได้ ปัญหานี้ยังไม่ถือว่าเป็นปัญหาสุขภาพที่ร้ายแรงแต่อย่างใด มีวิธีการลดกลิ่นตัวที่ไม่พึงประสงค์ เช่น

  1. การอาบน้ำ การอาบน้ำอย่างน้อยวันละ 2 ครั้งต่อวัน โดยใช้สบู่ทำความสะอาดผิวร่วมด้วย โดยเฉพาะในบริเวณที่เกิดกลิ่นตัวได้ง่าย เช่น รักแร้ ขาหนีบและจุดซ่อนเร้น หรืออาจใช้ผ้าเปียกเช็ดบริเวณจุดซ่อนเร้นต่าง ๆ สามารถช่วยลดกลิ่นตัวได้ดี
  2. ใช้สบู่ต้านเชื้อแบคทีเรีย หากการอาบน้ำแบบทั่วไปไม่สามารถกำจัดหรือลดกลิ่นตัวได้ ควรใช้สบู่ต้านเชื้อแบคทีเรียที่มีส่วนผสมของ benzoyl peroxide สารนี้สามารถฆ่าเชื้อแบคทีเรียและลดกลิ่นตัวได้
  3. เลือกใช้ผลิตภัณฑ์ใต้วงแขนให้ถูก ผลิตภัณฑ์ใต้วงแขนส่วนใหญ่มีหน้าที่ยับยั้งไม่ให้เกิดการสะสมและการเจริญเติบโตของแบคทีเรีย ส่วนใหญ่จะมีสารจำพวกน้ำหอมเพื่อให้มีกลิ่นหอม ทำให้ผู้บริโภคเกิดความพึงพอใจ แต่น้ำหอมเหล่านี้ก็ทำให้เกิดผลข้างเคียงได้ เนื่องจากน้ำหอมทำให้ต่อมเหงื่อเกิดการอุดตันของต่อมเหงื่อได้ หากไม่ได้มีปัญหากลิ่นตัวแรงมากจนเกินไป ผลิตภัณฑ์ใต้วงแขนก็ไม่ใช่ตัวเลือกที่ดีนัก
  4. สวมเสื้อผ้าระบายอากาศ การเลือกเสื้อผ้าที่ระบายอากาศได้ดี เช่น ผ้าลินิน จะช่วยระบายอากาศได้ดีกว่าผ้าจำพวกไนลอนและเรยอน การเลือกเสื้อผ้าที่ระบายอากาศได้ดีจะทำให้เหงื่อระเหยแห้งได้ดีกว่า ทำให้เสื้อไม่มีความเปียกชื้น แต่ในทางกลับกันผ้าไนลอนจะทำให้เสื้อแนบติดกับผิวหนัง ทำให้เหงื่อไม่สามารถระบายออกได้ดีและก่อให้เกิดกลิ่นตัวตามมา
  5. หลีกเลี่ยงอาหารรสเผ็ดและมีกลิ่นฉุน อาหารที่มีกลิ่นฉุนเช่น พริกแกงต่าง ๆ กระเทียม พริกไทย สามารถก่อให้เกิดกลิ่นตัวได้ นอกจากนี้เครื่องดื่นแอลกอฮอล์สามารถส่งกลิ่นผ่านทางเหงื่อได้ด้วยเนื่องจากร่างกายสามารถขับแอลกอฮอล์ผ่านทางรูขุมขนได้
  6. การโกนขน การโกนขนหรือตัดแต่งขนให้สั้นในบริเวณใต้รักแร้หรือจุดซ่อนเร้นก็สามารถลดการสะสมของแบคทีเรีย ช่วยลดความอับชื้นและเหงื่อบริเวณนั้นได้ ทำให้สามารถลดกลิ่นกายของเราได้
  7. ทำตัวให้แห้งหลังอาบน้ำเสร็จทันที ความเปียกชื้นหลังการอาบน้ำสามารถทำให้แบคทีเรียผสมกับเหงื่อได้ ดังนั้นเพื่อเป็นการป้องกันไม่ให้แบคทีเรียผสมกับเหงื่อควรเช็ดตัวให้แห้งสนิทโดยเฉพาะในบริเวณจุดอับต่าง ๆ ควรใช้พัดลมช่วยเป่าให้แห้งร่วมด้วย
  8. ใช้ผ้าเช็ดตัวที่สะอาด การใช้ผ้าเช็ดตัวที่ไม่สะอาดเป็นแหล่งสะสมของแบคทีเรียอย่างดี เป็นการเพิ่มปริมาณแบคทีเรียบนผิวหนังทำให้เกิดกลิ่นตัวได้ง่ายนั่นเอง

การรักษาทางการแพทย์

หากวิธีการลดกลิ่นตัวต่าง ๆ ข้างต้นใช้ไม่ได้ผลควรไปพบแพทย์เพื่อปรึกษาหาวิธีรักษาต่าง ๆ ดังนี้

  1. ใช้ผลิตภัณฑ์ระงับกลิ่นกายที่มีตัวยาเฉพาะและเข้มข้นกว่าที่วางขายตามท้องตลาดทั่วไป
  2. การใช้ยาประเภท Antibiotics
  3. การฉีดโบท็อกซ์ ช่วยให้ต่อมเหงื่อเกิดการผลิตออกมาได้น้อย จึงทำให้สิ่งที่แบคทีเรียสร้างขึ้นมาน้อยลงไปด้วย กลิ่นตัวก็ลดลงตามไปด้วย
  4. การทำเลเซอร์กำจัดขน เป็นการลดรูขุมขนส่งผลให้มีเหงื่อออกในปริมาณที่น้อยลง
  5. การผ่าตัด เป็นขั้นตอนสุดท้ายถ้าหากไม่สามารถลดกลิ่นตัวลงไปได้ เป็นการผ่าตัดเอาต่อมเหงื่อบริเวณนั้น ทำให้ไม่มีเหงื่อหรือมีเหงื่อน้อยลงมาก ๆ

กลิ่นตัวเป็นสิ่งที่ธรรมชาติสร้างมา ทุก ๆ คนมีล้วนมีกลิ่นตัว บางครั้งไม่อาจสามารถลดหรือกำจัดกลิ่นกวนใจนี้ออกไปได้หรือคนที่มีกลิ่นตัวที่มากกว่าผู้อื่นทำให้เกิดความไม่มั่นใจในตัวเอง ถ้าปัญหานี้ส่งผลต่อการใช้ชีวิตประจำวันของคุณ ควรปรึกษาแพทย์ผิวหนัง จะสามารถทำให้การใช้ชีวิตของคุณดีขึ้นได้