กระแดดคืออะไร เผยเคล็ดลับกำจัดกระแดดด้วยวิธีธรรมชาติ

กระแดด (Actinic Keratosis) มีลักษณะเป็นจุด ๆ ตามผิวหนังตามทั่วร่างกาย เช่น ใบหน้า ลำคอ ช่วงไหล่ แผ่นหลัง  หนังศีรษะ เป็นต้น ขนาดของกระแดดเป็นได้ตั้งแต่จุดเล็ก ๆ กระจายบนผิวหนังเป็นกระจุก ไปจนถึงกระที่มีขนาดใหญ่ ทำให้สีผิวเป็นรอยด่างไม่สม่ำเสมอกัน กระแดดมีหลายสี เช่น สีน้ำตาล สีแดง สีชมพู สีเข้ม สีเนื้อ เป็นต้น ผิวสัมผัสของผิวหนังในบริเวณที่เป็นกระแดดจะมีความนูนขึ้น มีความหยาบกร้านและไม่เรียบเนียน สาเหตุของกระแดดมีหลายสาเหตุ แต่ตัวการหลักที่ทำให้เกิดกระแดดมากที่สุดคือ แสงแดด นอกจากนี้ยังเกิดจากกระบวนการทำงานของเซลล์ผิวหนังที่ผิดปกติทำให้เกิดกระแดดและในกรณีที่ร้ายแรงกว่านั้น คือสามารถนำไปสู่โรคมะเร็งผิวหนังได้ แต่อย่าพึ่งกังวลใจไป เพราะโอกาสที่จะเป็นโรคมะเร็งผิวหนังนั้นมีน้อยมากหรือแทบจะไม่มีเลย

สาเหตุของการเกิดกระแดด

  1. แสงแดด เป็นปัจจัยหลักที่ทำให้เกิดกระแดด เพราะในแสงแดดมีรังสีอัลตร้าไวโอเลต (UV) ซึ่งถ้าร่างกายเราได้รับรังสียูวีมากเกินไปจะส่งผลให้ผิวหนังเราสร้างเม็ดสีเมลานินขึ้นมามากขึ้นในบางจุด ทำให้ผิวหนังบริเวณนั้นเกิดสีเข้มขึ้นหรือที่เราเรียกว่ากระแดดนั่นเอง นอกจากนี้แสงแดดยังเป็นสาเหตุของโรคมะเร็งผิวหนังได้เช่นกัน ดังนั้นคนที่ตากแดดบ่อย ๆ หรือโดนแดดที่ร้อนจัดก็จะมีโอกาสเป็นกระแดดมากขึ้นกว่าปกติ
  2. พันธุกรรมและยีน จากงานวิจัยจะเห็นได้ว่ากลุ่มคนที่เป็นกระแดดมักจะมีประวัติคนในครอบครัวเป็นกระแดดเหมือนกัน นอกจากนี้ในเรื่องของยีนนั้นพบว่ากลุ่มคนที่มีผมสีบลอนด์และสีแดง ผิวขาวซีด ตาสีฟ้าและสีเขียว จะมีโอกาสเกิดกระได้ง่ายมากขึ้น ลองสังเกตชาวยุโรปมากกว่า 80 เปอร์เซ็นต์จะเห็นว่าเป็นกระแดดตั้งแต่อายุยังน้อย
  3. อายุ ด้วยอายุที่เพิ่มมากขึ้น เซลล์ต่าง ๆ ในร่างกายรวมไปถึงเซลล์ผิวหนังเริ่มมีการเสื่อมถอยลง ทำให้เกิดกระแดดได้ง่ายขึ้น หรือจากคนที่โดนแดดมาเป็นเวลานาน ๆ จะส่งผลให้เห็นก็ตอนที่มีอายุมากขึ้น กระแดดจะเกิดขึ้นกับผู้สูงอายุที่มีอายุประมาณ 55 ปีขึ้นไป
  4. ผู้ที่มีประวัติเคยเป็นโรคมาก่อน เช่น โรคระบบภูมิคุ้มกันบกพร่อง (HIV) โรคมะเร็งผิวหนัง โรคที่เกี่ยวกับเซลล์เม็ดเลือดขาว เป็นต้น ก็มีความเสี่ยงที่จะเกิดกระแดดได้มาก

การรักษากระแดด

การรักษากระแดดสามารถทำได้หลายวิธี แต่ส่วนใหญ่แล้วกระแดดนั้นไม่เป็นอันตรายต่อร่างกาย จึงไม่มีความจำเป็นที่จะต้องเอาออก นอกจากจะมีความกังวลในด้านความสวยความงาม แต่ถึงอย่างนั้นคนที่เป็นกระแดดก็จำเป็นต้องมีการตรวจผิวหนังในทุก ๆ ปีเพื่อเฝ้าระวังโรคผิวหนังอื่น ๆ  ที่อาจเกิดขึ้นมาได้

  1. การใช้เลเซอร์ลบรอยกระแดด เป็นการรักษาโดยใช้พลังงานแสงยิงตรงลงไปสู่ผิวหนัง เป็นการปรับสภาพสีผิวให้มีความสม่ำเสมอ บริเวณที่เป็นกระแดดก็จะค่อย ๆ จางหายไปจนหมด
  2. การใช้ยาทา กระแดดสามารถรักษาได้โดยการใช้ยาทาที่เป็นแบบครีมหรือเจลได้ แต่การรักษาด้วยวิธีนี้มีผลข้างเคียงทำให้ผิวหนังอักเสบ แดง แสบ ในช่วงระยะเวลาหนึ่ง เพื่อป้องกันความรุนแรงของผลข้างเคียง จึงต้องมีการใช้ยาได้ภายใต้การควบคุมดูแลของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ
  3. การผ่าตัดก้อนเนื้อของกระออกไป สามารถทำได้ในกรณีที่แพทย์มีความสงสัยว่าอาจเป็นโรคทางผิวหนังต่าง ๆ เช่น มะเร็ง โดยแพทย์จะทำการตัดก้อนเนื้อบริเวณนั้นออกไปและทำการตัดเย็บเข้าด้วยกัน ส่วนชิ้นเนื้อที่ตัดออกนั้นจะนำไปตรวจสอบอย่างละเอียดในภายหลัง

การป้องกันกระแดด

เบื้องต้นเลยคือการหลีกเลี่ยงการตากแดดแรงจัดเป็นเวลานาน โดยเฉพาะแดดในช่วงบ่ายโมง – บ่ายสามโมง เป็นช่วงเวลาที่แดดร้อนจัด ให้พยายามหลีกเลี่ยงหรือหาที่ร่มไว้หลบแดด ถ้าโดนแดดแรงจัดมากเกินไปก็จะส่งผลต่อผิวหนังในระยะยาวได้ ทำให้เกิดกระแดดขึ้นมาได้ นอกจากนี้แสงแดดยังทำให้เกิดผิวไหม้ได้อีกด้วย การใช้ครีมที่มีสารกันแดดก็ช่วยป้องกันได้อีกทางหนึ่ง การเลือกเครื่องแต่งกายที่มิดชิดช่วยให้แสงแดดไม่กระทบต่อผิวเราโดยตรง ถ้าหลีกเลี่ยงไม่ให้ตากแดดไม่ได้ แนะนำให้ใส่หมวก ใส่เสื้อแขนยาว ให้มิดชิด ช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดกระแดดได้เช่นกัน หากพบความปกติทางผิวหนังหรือกระแดด เช่น มีอาการคันจนเป็นแผล มีเลือดออก มีขนาดใหญ่ผิดปกติและอื่น ๆ ให้รีบไปพบแพทย์เพื่อเข้ารับการตรวจที่ถูกต้อง

แนะนำ 4 สูตรเด็ด ลดรอยกระแดด ที่หาได้ง่ายและราคาไม่แพง

ในเรื่องของความสวยความงาม กระแดดถือเป็นปัญหาที่น่ากวนใจของสาว ๆ กันมาก มักทำให้ไม่มีความมั่นใจในตัวเองแถมยังต้องแต่งหน้าปกปิดรอยกระแดดนั่นอีก การรักษารอยกระที่ดีที่สุดคือการเลเซอร์นั่นเอง แต่ถ้ายังหาเวลาไปทำไม่ได้หรือยังไม่มีงบไปทำ ก็ลองมาดูสูตรลดกระแดดตามธรรมชาติดู ถึงจะไม่เห็นผลเร็วเท่ากับทำเลเซอร์ แต่มั่นใจได้ว่ารอยกระแดดนั้นต้องจางลงอย่างแน่นอน

  1. มะนาว ในมะนาวมีกรดผลไม้ตามธรรมชาติและวิตามินซีที่ช่วยในการผลัดเซลล์ผิวได้เป็นอย่างดี ทำได้ง่าย ๆ โดยการนำน้ำมะนาวมาเจือจางกับน้ำเปล่าแล้วนำมาพอกตรงบริเวณที่เป็นรอยกระ ทิ้งไว้ประมาณ 10-15 นาทีแล้วล้างออกให้สะอาด หรือถ้าใครรู้สึกว่ามะนาวนั้นแรงไปแล้วทำให้ผิวหน้าแห้งและระคายเคือง ก็ลองเอามะนาวผสมกับน้ำผึ้งดู ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นอีกด้วย
  2. น้ำมันมะพร้าว น้ำมันมะพร้าวอุดมไปด้วยวิตามินอี ซึ่งทำให้ผิวหนังเราชุ่มชื้นและดูเรียบเนียนมากขึ้น การนำน้ำมันมะพร้าวทาบาง ๆ ในบริเวณที่เป็นกระทิ้งไว้ ไม่ต้องล้างออก ใช้เหมือนกับออยล์บำรุงผิวทั่วไป รอยกระก็จะค่อย ๆ จางลง ถ้าอยากได้เป็นสูตรพอกหน้า ก็ทำได้โดยการนำน้ำมันมะพร้าวผสมกับมะเขือเทศมาพอกทิ้งไว้ประมาณ 15-20 นาทีแล้วล้างออก หมั่นทำประจำทุก ๆ อาทิตย์รับรองว่าเห็นผลแน่นอน
  3. กระเทียมหอมแดง กระเทียมถือว่าเป็นสมุนไพรประจำบ้าน นอกจากกินเป็นยาแล้วยังมีฤทธิ์ฆ่าเชื้อ ช่วยรักษาสิวได้อีกด้วย แต่สรรพคุณอีกอย่างหนึ่งคือ ช่วยลดรอยกระแดดได้ แต่ต้องมีการใช้อย่างระมัดระวังในการใช้กระเทียม เพราะอาจทำให้หน้าไหม้ได้ นำกระเทียมมาทุบหรือบดให้มีน้ำ แล้วนำน้ำกระเทียมมาพอกบาง ๆ บริเวณที่เป็นกระประมาณ 7-8 นาทีแล้วล้างออกให้สะอาด หรือถ้าบ้านไหนกระเทียมหมด หอมแดงก็ใช้แทนได้นะ
  4. ว่านหางจระเข้ สรรพคุณสมุนไพรประจำบ้านของว่านหางจระเข้นั้นช่วยในเรื่องของความชุ่มชื้น ทำให้สีผิวสม่ำเสมอ แน่นอนว่าช่วยลดความเข้มของรอยกระแดดได้อย่างแน่นอน โดยการนำว่านหางจระเข้มาปอกเปลือกด้านนอกออก ล้างเนื้อว่านหางจระเข้ให้สะอาด แล้วนำไปบดเป็นวุ้นให้ละเอียด นำมาพอกบริเวณที่ต้องการทิ้งไว้ 15-20 นาทีแล้วล้างออก สามารถพอกหน้าได้ทุกวัน เพิ่มความสดชื่นได้โดยการนำว่านหางจระเข้ไปแช่ตู้เย็นแล้วค่อยนำมาพอกหน้า รับรองว่าเย็นสดชื่นแน่นอน

เป็นอย่างไรบ้างกับสูตรลดกระแต่ละสูตร ใช้วัตถุดิบไม่กี่อย่าง หาได้ไม่ยากแถมยังไม่แพงอีกต่างหาก แต่ใช้ระยะเวลาค่อนข้างนานถึงจะเห็นผล ต้องอดทนมากหน่อย คนที่ทำเลเซอร์ลบรอยกระก็สามารถใช้สูตรนี้มาบำรุงเพิ่มเติมได้อีกด้วย แต่ต้องรอให้แผลฟื้นตัวหายสนิทก่อน ถ้าทำควบคู่กันแล้วรับรองว่ารอยกระแดดจะจางลงเยอะจนแทบไม่เห็นเลยทีเดียว อย่าลืมป้องกันผิวของเราด้วยการทาครีมกันแดดทุกครั้งที่ออกจากบ้านด้วย คนที่มีกระเยอะก็ไม่ต้องกังวลมากจนเกินไป เดี๋ยวนี้กระก็ถือเป็นแฟชั่นไปอีกแบบ เริ่มมีการแต่งหน้าโดยการเติมกระเข้าไปด้วย ดูดีมีเสน่ห์ไปอีกแบบ